ตอน 01 : เป็นมากกว่าร้านก๋วยเตี๋ยว!
โลนลี่วูล์ฟ เขียน
ดิจิทัลอาร์ทิเคิลว้าว ตรวจสอบ
อ๊อดยังจำคำสั่งเสียของเตี่ยได้ดีเมื่อยามก่อนที่เตี่ยจะสิ้นใจว่า "อ๊อดเอ๊ย..แกรีบขายร้านนี้ซะ! แล้วกลับไปอยู่กับอาเฮียของแกที่เมืองจีนโน่น" อาเฮียก็คือพี่ชายคนโตของบ้านนี้ อ๊อดเป็นน้องชายคนที่สี่จากพี่น้องทั้งหมดห้าคนด้วยกัน พี่สาวคนที่สองเสียชีวิตตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่ส่วนพี่สาวคนที่สามแต่งงานแล้วก็ย้ายไปอยู่กับสามีที่ีแคนาดานานหลายปีแล้ว ทิ้งให้อ๊อดต้องช่วยพ่อขายก๋วยเตี๋ยว 'สูตรกวางตุ้ง' เพียงลำพังมาตั้งแต่อ๊อดยังจำความได้ว่าหัวอ๊อดยังเท่ากำปั้น ตอนนี้อ๊อดจบปวช.แล้ว เขาวางแผนจะเก็บเงินอีกสักสองสามปีแล้วค่อยกลับมาเรียนต่อ แต่ตอนนี้ขอช่วยพ่อกับน้องสาวส่งเรียนจบพาณิชย์ให้ได้ก็พอแล้ว แต่ก็เหมือนโชคไม่เข้าข้างและชะตาชีวิตยังมาเล่นตลกกับอ๊อดอีก พ่อในวัยหกสิบหกซึ่งเคยเป็นเสาหลักของบ้านก็ต้องมาด่วนจากไปเสียก่อนด้วยโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่เมื่อปลายปีที่แล้วนี่เองและวันนี้ก็เป็นวันครบรอบการจากไปครบหนึ่งปีพอดี
"เฮียจะทำยังไงกับร้านนี้ต่อไปดี?" อาหมวยเล็กหลังจุดธูปไหว้เตี่ยเสร็จแล้วก็หันมาขอความเห็นจากคนที่ถูกคาดหวังว่าจะต้องเป็นเสาหลักของบ้านหลังนี้สืบต่อไป
"เฮียคิดว่าเฮียจะสืบทอดกิจการของเตี่ยต่อไปน่ะ" อ๊อดตอบน้องสาวด้วยไม่ค่อยจะมั่นใจในตัวเองสักเท่าไรนัก
"เมื่อคืนเฮียคุยกับซ้อแล้วล่ะ ว่าเราจะหาทางทำให้คนเข้าร้านเราให้มากขึ้น"
"แต่เฮียก็รู้อยู่ไม่ใช่เหรอว่าตลอดหนึ่งปีที่ผ่่านมานับตั้งแต่เตี่ยเสียไป ร้านเราก็มีแต่ลูกค้าจะลดลงเรื่อยๆน่ะ"
ร้านก๋วยเตี๋ยว 'สูตรกวางตุ้ง' เปิดมาก่อนใครในสามแยกขนส่งฯก็จริง แต่ทว่าพอความเจริญเข้ามาถึงย่านนี้แฟรนไชส์ดังๆจากต่างประเทศก็เข้ามาเซ้งตึกแถวนั้นเป็นการใหญ่แล้วยังเปิดเป็นร้านขายอาหารเมนูเลิศหรู เปิดแอร์เย็นๆ ทั้งเรียกทั้งดูดลูกค้าเข้าร้านได้ตลอด 24 ชั่วโมงและร้านของอ๊อดเองก็ยังเคยถูกทาบทามจากบรรดานายหน้าอสังหาฯอยู่บ่อยๆจนอ๊อดต้องขึ้นป้ายของดรับนายหน้าขายตึกเป็นการชั่วคราว
"ถ้าลื้ออยากจะเห็นร้านเตีึ่ยลื้อขายดีกว่านี้น่ะ เราต้องมาช่วยกัน อาหมวย" ซ้อไพภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนแต่อยู่กินแบบสามีภรรยากับอ๊อดมาตั้งแต่สมัยที่อ๊อดยังเรียนอยู่ปวช.ชั้นปีที่สองแล้ว
"จะให้อั๊วะช่วยยังไงดีล่ะ อั๊วะเองก็ไม่รู้จะทำยังไงให้ลูกค้าเข้าร้านเราเยอะๆเหมือนกัน"
"ใจเย็นๆน่าอาหมวย อั๊วะรู้น่ะ ว่าลื้อน่ะเรียนการตลาดสมัยใหม่มาใช่ไหมล่ะ" ซ้อพูดไปยิ้มไปเหมือนคุยกับน้องสาวที่น่ารักน่าเอ็นดูคนหนึ่ง
"ใช่จ๊ะ อั๊วะก็กำลังเรียนเทอมนี้อยู่พอดี วิชาดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งน่ะซ้อ.."
"นั่นแหล่ะๆที่อั๊วะต้องการ งั้นลื้อช่วยทำเพจสวยๆให้ร้านเราสักอันนึงดิ เดี๋ยวอั๊วะกับอาเฮียของลื้อจะมีอะไรเด็ดๆตามมาอีกเพียบเลย" ถึงความรู้ซ้อไพจะไม่สูงนักแต่เธอก็มีเพื่อนในวงการเฟสบุ้คหลากหลายอาชีพ จนเพื่อนๆตั้งฉายาให้เธอว่า 'เจ้าแม่โซเชียลจัดใหญ่ไฟกระพริบ' คือคิดดูเอาเองก็แล้วกันว่าเธอจะเชี่ยวเรื่องโซเชียลมีเดียมากน้อยขนาดไหน!
หลังจากที่ได้เพจร้านก๋วยเตี๋ยว 'สูตรกวางตุ้ง' มาแล้ว ซ้อไพก็พยายามหาเรื่องราวเก่าๆที่เกี่ยวกับทางร้านมาลงในเพจ ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่ายขาวดำเก่าๆสมัยที่เตี่ยเปิดร้านใหม่ๆ เช่น ภาพถ่ายสามแยกขนส่งฯซึ่งสมัยนั้นยังเป็นโรงเลี้ยงวัวอยู่เลย มันทำให้ตื่นตากันอย่างมากเพราะไม่เคยได้เห็นที่ไหนมาก่อน บางภาพเป็นสมัยน้ำท่วมใหญ่จนคนต้องแจวเรือออกมากินก๋วยเตี๋ยวเองก็มี จากนั้นซ้อไพก็จะลงภาพก๋วยเตี๋ยวแต่ละเมนูเด็ดๆของทางร้านชนิดที่เรียกน้ำลายสอกันได้เดี๋ยวนั้นกันเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น กวางตุ้งกุ้งแช่น้ำปลา กวางตุ้งผักบุ้งหร็อมแหร็ม กวางตุ้งหมูหมักสูตรเด็ด กวางตุ้งรสจัดจ้านสะท้านโลกันต์ เป็นต้น และอาหมวยเล็กก็จะมาช่วยคิดค้นชื่อให้ใหม่ในแต่ละเมนูจากเดิมที่เคยเรียกกันแบบธรรมดาทั่วไป
"นี่อาซ้อ..ลื้อช่วยอธิบายให้อั๊วะเข้าใจทีซิว่าทำไมลื้อถึงต้องทาสีร้านให้เป็นสีขาวล้วนแถมยังห้ามไม่ให้อั๊วะติดป้ายชื่อเมนูก๋วยเตี๋ยวตรงข้างฝาให้ลูกค้าเห็นอีกด้วย ลื้อคิดจะทำอะไรของลื้อว่ะ" ถึงแม้ว่าอ๊อดจะเป็นคนที่ขยันขันแข็งกว่าใครในร้านแต่ทว่ามุมมองเชิงศิลปะก็ยังคงเป็นรองซ้อไพศรีภรรยาของเขาอยู่ดี
"ทาสีขาวก็จะทำให้ร้านดูสะอาดตา คนก็อยากเข้ามานั่งและเมื่อรวมกับชื่อเมนูที่ดูน่ากินแล้วก็จะยิ่งอยากลองสั่งดู ส่วนที่ไม่ติดป้ายเมนูตรงข้างฝาผนังนั้นก็เพราะอยากให้ลูกค้าใช้มือถือของตัวเองสแกนไปที่สติ๊กเกอร์คิวอาร์โค้ดที่ติดอยู่บนโต๊ะนั่นได้เลย ลูกค้าก็จะเจอกับเพจของทางร้านพร้อมกับรูปภาพก๋วยเตี๋ยวทุกเมนูและลูกค้าก็สั่งจากตรงนั้นได้เลยไง" ซ้อไพอธิบายยืดยาว
"ที่เด็ดไปกว่านั้นคือลูกค้าก็จะได้อ่านสตอรี่ของร้านไปด้วยในตัว ได้ซึมซับกับภาพบรรยากาศเก่าๆของย่านนี้ไปด้วยไง ยังไม่พอน่ะเราจะใช้เพจนี้แจ้งข่าวให้ลูกค้าทราบทุกวันว่าเรามีเมนูใหม่ๆอะไรอีกบ้าง บางทีน่ะซ้อยังคิดว่าจะให้ลูกค้าสั่งก๋วยเตี๋ยวล่วงหน้ามาทางเพจนี้ด้วยซ้ำไป"
หลังจากที่ร้านก๋วยเตี๋ยว 'สูตรกวางตุ้ง' โฉมใหม่ที่ดูไฉไลกว่าเดิมเปิดไปได้เพียงอาทิตย์เดียวก็มีทั้งลูกค้าประจำและก็ขาจรที่ต่างแวะเวียนเข้ามานั่งทานในร้านกันอยู่เรื่อยๆจนบางครั้งต้องต่อแถวรอคิวทานกันก็มีอยู่เหมือนกัน
"เราจะต้องทำให้คนต้องมาต่อแถวรอคิวที่ร้านเราเยอะๆให้ได้" ซ้อไพโพล่งขึ้นมา
"แล้วทำไมจะต้องทำอย่างนั้นให้ได้ด้วยล่ะ?" อ๊อดก็ยังไม่ค่อยจะเข้าใจวิสัยทัศน์ภรรยาอยู่ดี
"อ้าว ไม่เห็นหรอกเหรอว่าร้านที่มีคนรอต่อคิวเยอะๆน่ะ มันจะทำให้คนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นนึกอยากที่จะเข้าร้านนี้มากกว่าร้านที่ไม่ค่อยจะมีคนรอต่อคิวน่ะ" ซ้อไพอธิบายให้สามีเธอได้เข้าใจ
ไม่เพียงแค่นั้นทุกคืนหลังจากที่ได้ช่วยสามีเธอและอาหมวยเล็กเก็บกวาดทำความสะอาดร้านจนเสร็จดีแล้ว ซ้อไพก็จะมาแชร์ข่าวสารที่เธออ่านเป็นประจำลงไปในเพจของทางร้าน เช่น ข่าวจากกรมสาธารณสุขบ้าง ข้อมูลจากกรมอนามัยบ้าง คือข้อมูลอะไรก็ตามที่ดีต่อร้านเธอก็คิดว่าก็น่าจะดีต่อลูกค้าของเธอเองด้วย ขณะเดียวกันเธอก็ได้ใช้เวลาช่วงนี้ตอบคำถามลูกค้าบางคนที่ได้โพสต์มาถามปัญหาในเพจนี้เช่นเดียวกัน เช่น ถามว่าที่ร้านใช้เนื้อหมูแดงที่ถูกสุขอนามัยหรือไม่ แทนที่เธอจะตอบกลับไปว่า 'ใช่' แค่นั้นก็น่าจะเพียงพอแล้วแต่เธอกลับถ่ายคลิปภาพตอนที่เธอและสามีออกไปซื้อเนื้อหมูสดจากห้างแมคโครในตอนเช้าตรู่รวมไปถึงขั้นตอนการทำความสะอาดเนื้อเหล่านั้นด้วยน้ำเกลือแล้วก็ส่งคลิปนั้นกลับไปในเพจของร้านอีกที จนทำให้ลูกค้าคนที่โพสต์ถามมานั้นไม่คาดคิดว่าจะได้รับคำตอบเป็นแบบนี้จนต้องรีบกดไลค์ให้เธอและจากนั้นคลิปดังกล่าวก็ได้กลายเป็นไวรัลคลิปที่มียอดวิวเกินกว่าห้าหมื่นวิวไปเรียบร้อย!
"เฮียๆลูกค้าโทรสั่งก๋วยเตี๋ยวให้ร้านช่วยไปส่งให้ที่ออฟฟิสเขาแถวๆนี้หน่อยอ่ะเฮีย..จะรับไม๊?" อาหมวยเล็กยังไม่วางสายลูกค้าแต่ตะโกนข้ามมาถามอ๊อดที่กำลังยุ่งอยู่ในครัว
"รับสิๆ แต่ขอเวลาสิบนาทีน่ะ เค้ารอไหวไม๊?" อ๊อดคิดว่าเขาคงต้องไปส่งด้วยตัวเอง
นอกเหนือจากการขายหน้าร้านแบบประจำแล้วการขายแบบโฮมดิลิเวอรี่หรือการส่งอาหารตรงถึงหน้าประตูบ้านของลูกค้าก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่อ๊อดและภรรยาคิดไว้ล่วงหน้านานแล้ว ตอนนี้อ๊อดก็ได้ทำข้อตกลงกับพี่ๆวินมอเตอร์ไซด์ตรงสามแยกนั้นเป็นที่เรียบร้อยและก็พร้อมที่จะให้บริการ ซ้อไพจีึงได้เพิ่มบริการพิเศษตัวนี้ลงไปในเพจของร้านเธอทันที มีอยู่ช่วงหนึ่งย่างเข้าสู่กลางฤดูฝนและมีฝนตกหนักติดต่อกันอยู่หลายวัน ถึงแม้ว่าหน้าร้านจะขายไม่ดีแต่หลังร้านกลับตรงกันข้ามจนซ้อไพต้องเพิ่มเบอร์โทรร้านเข้าไปในเพจอีกสองสายเพื่อช่วยกันรับออเดอร์จากลูกค้าที่โทรเข้ามาอย่างถล่มทลายนั่นเอง
"เฮียๆอาทิตย์หน้าก็จะครบรอบสามปีของเตี่ยแล้วล่ะน่ะ" อาหมวยเล็กละจากเขียงหั่นผักแล้วหันไปดูปฎิทินข้างฝาผนังในห้องครัวจนเสี่ยอ๊อดและซ้อไพต้องหยุดกิจการที่กำลังทำอยู่นั้นลงชั่วคราว
"จริงด้วยสิ พวกเราทำงานกันแบบลืมวันลืมคืนไปเลยน่ะเนี่ย" เสี่ยอ๊อดเป็นฉายาใหม่ที่คนในวงการใช้เรียกแทนตัวเฮียอ๊อดหลังจากที่เขาสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับร้านก๋วยเตี๋ยว 'สูตรกวางตุ้ง' ของเตี่ยเขาจนประสพผลสำเร็จและเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง
"ดีเลย ถ้าอย่างนั้นเราก็น่าจะต้องมีอีเว้นท์พิเศษให้กับลูกค้าเราสักวันดีไหม" ซ้อไพขอความเห็นจากทุกคน
"เอาลื้อว่าเลยดีกว่า พวกเราว่าไงว่าตามกันอยู่แล้ว ใช่ไหมอาหมวยเล็ก" เสี่ยอ๊อดยิ้มให้อาหมวยเล็ก
"เห็นด้วยกับเฮียน่ะ หมวยคิดว่าที่ร้านเราโตมาจนถึงทุกวันนี้ได้ก็ต้องยกนิ้วให้ซ้อเค้าเลย อั๊วะว่าซ้อคือขงเบ้งของร้านเราล่ะ 55"
"ก็ชมกันเกินไป เอาล่ะสำหรับวันครบรอบเตี่ยอั๊วะคิดว่าเราน่าจะใช้โอกาสนี้คืนกำไรลูกค้าด้วยการเปิดให้ลูกค้าทานฟรีสักวันนึงน่ะ ถือเป็นการทำบุญใหญ่ให้เตี่ยเค้าด้วย"
เมื่อวันครบรอบการจากไปของเตี่ยมาถึง พี่น้องทุกคนของเสี่ยอ๊อดก็ได้เดินทางมาร่วมงานตามคำเชิญของเสี่ยอ๊อดที่อยากจะรวมญาติพี่น้องทั้งหมดให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิตพร้อมกันนั้นเขายังได้ประกาศข่าวดีอีกด้วยว่าจะขยายสาขาเพิ่มอีกสองสาขาภายในสิ้นปีนี้ โดยเขาจะบริหารงานร่วมกับภรรยาและได้ตกลงกับพี่ชายที่อยู่เมืองจีนว่าจะแบ่งร้านสาขาให้พี่ชายรับไปดูแลเองหนึ่งร้านแต่มีข้อแม้ว่าจะต้องขายกิจการทั้งหมดที่เมืองจีนแล้วก็ย้ายมาอยู่ที่เมืองไทย
สุดท้ายเสี่ยอ๊อดเองก็เพิ่งจะสังเกตุเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเตี่ยในภาพถ่ายหน้าตรงกลางงานพิธีครบรอบการจากไปซึ่งเมื่อสามปีก่อนเขาคิดว่าไม่เคยเห็นเตี่ยทำแบบนี้เลย..หรือว่า เอ๊ะ..เขาอาจจะคิดไปเองก็ได้ 55
..................................................................................................................................................................
#ดิจิทัลอาร์ตว้าว
#ดิจิทัลอาร์ทิเคิลว้าว
#DigitalArtWOW
#DigitalArticleWOW
#คุยข่าวทันโลกดิจิทัล
‘คุยข่าวทันโลกดิจิทัล’ ไลน์สแควร์ที่แชทคุยแลกเปลี
https://line.me/ti/g2/

Comments
Post a Comment