Skip to main content

Dirty Town : เกมส์กลคนโกง The Series บทที่หนึ่ง : เขาชื่อ..ปิยะ แซ่โง้ว (ตอน02)



Dirty Town : เกมส์กลคนโกง The Series

บทที่หนึ่ง : เขาชื่อ..ปิยะ แซ่โง้ว (ตอน02)



(ต่อจากตอน01)


“ไปสถานีตำรวจหน่อย”

ปิยะโบกตุ๊กตุ๊กคันที่คนขับดูจะมีอายุสักหน่อย แต่สภาพของปิยะในตอนนี้ดูเปลี่ยนไปจากเดิมคือใส่วิกผมยาวประบ่า สวมแว่นตาดำ หนวดเคราปลอมดูรกหูรกตาและสวมหมวกแก็บสีขาว ส่วนเสื้อที่เขาสวมก็เป็นเสื้อยีนส์แขนยาวติดกระดุมที่ข้อมือ กางเกงและรองเท้ายังคงเป็นตัวเดิมที่เคยใส่ประจำ

“ถึงแล้วครับ..สถานีตำรวจภูธร..สี่สิบบาทครับ” ลุงโชเฟอร์หันมาบอกปิยะซึ่งนั่งอยู่เบาะตอนหลังของรถ

​ปิยะเดินก้มหน้าขึ้นบันไดแล้วมุ่งตรงไปยังเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่มีตำรวจหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่หลังเคาท์เตอร์แล้ว

​“ผมขอพบร้อยเวรที่ทำคดีคนต่างด้าวหน่อยครับ พอดีจะขอคำปรึกษา”

​“อ๋อ มีหลายท่านที่ทำคดีนี้ค่ะ ไม่ทราบอยู่พื้นที่ไหนค่ะ จะได้แนะนำถูก”

​“แถวสถานีขนส่งครับ”

​“เป็นท่านผู้กองถวิล หาญประจักษ์น่ะค่ะ เดี๋ยวขอเช็คก่อนว่าท่านจะอยู่ไหม” แล้วเธอก็ก้มลงกดปุ่มตัวเลขภายในบนโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่ใต้เคาท์เตอร์นั่น ทันใดนั้นทางปลายสายก็ยกหูขึ้นรับพอดี

​“ผู้กองถวิลค่ะ มีคนต้องการที่จะพบค่ะ”

​“ใครเหรอ มีธุระอะไร”

​“เดี๋ยวถือหูรอสักครู่น่ะค่ะ..เอ้อ..คุณ อ้าวหายไปไหนเสียแล้วล่ะ..”

​ปิยะรีบเบี่ยงตัวเองออกไปหลบอยู่ตรงซอกใต้บันไดขึ้นชั้นสอง ที่นั่นมีเครื่องถ่ายเอกสารบังตัวเขาอยู่พอดี แล้วเขาก็ใช้มือถือสองจีของเขากดตัวเลขภายในที่เขาเพิ่งจะลอบชำเลืองดูเมื่อสักครู่นี้

​“ว่าไง” ผู้กองรับสายด้วยน้ำเสียงเรียบๆเช่นเคย

​“สวัสดีครับ ผู้กองถวิลใช่ไหมครับ”

​“อ่า..ใช่ครับผมร้อยตำรวจเอกถวิล หาญประจักษ์พูดสาย..มีอะไรหรือครับ”

​“ผมมีข่าวไม่ชอบมาพากลของแรงงานต่างด้าวที่ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว..มาแจ้งครับ”

​“เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือครับ”

​“ผมพูดอะไรมากตอนนี้ไม่ได้เพราะหลักฐานยังไม่ชัดเจนพอแต่ก็มีแนวโน้มว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นที่นั่นจากสาเหตุการฉ้อโกงของใครบางคนครับ”

​“งั้นผมขอชื่อและเบอร์โทรกลับของคุณด้วยสิคุณ..เอ้อ..

​“ผม..ปิยะ แซ่โง้ว ส่วนเบอร์โทรผมค่อยแจ้งอีกที ตอนนี้ผมต้องรีบไปแล้ว” ปิยะกดปุ่มวางสายพร้อมนิ่งรอดูความเคลื่อนไหว สักพักเขาก็สังเกตเห็นชายวัยกลางคนท่าทางทะมัดทะแมงเปิดประตูห้องผู้กองถวิลเข้าไปได้ไม่นานก็กลับออกมาพร้อมกับสีหน้าไม่สู้ดี เขารีบจ้ำอ้าวแบบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ทางออกของสถานี ปิยะไม่รอช้ารีบย่องตามหลังไปแบบไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัว แต่ก่อนที่ปิยะจะก้าวลงบันไดสถานีตำรวจภูธรแห่งนั้น พลันมีเสียงเรียกตามหลังเขามาว่า

​“เดี๋ยวค่ะๆคุณ..ดิฉันติดต่อผู้กองถวิลให้แล้วน่ะค่ะ กรุณารอสักครู่..ท่านกำลังจะออกมาพอดีเลย”

​“อ๋อ..ไม่เป็นไรครับ ผมคุยกับท่านแล้วล่ะ..ขอบคุณ” ปิยะหยุดตอบโดยไม่ทันหันกลับมามองเจ้าของเสียงเพราะสายตาจับจ้องอยู่ที่เป้าหมายเบื้องหน้าของเขาซึ่งตอนนี้เข้าไปนั่งในรถเก๋งโตโยต้าวีออสสีขาว ไวเท่าความคิดปิยะวิ่งลัดตัดสนามหญ้าด้านข้างสถานีแล้วกระโดดข้ามรั้วสถานีที่ไม่สูงมากนักและตรงข้างนอกนั่นมีตุ๊กตุ๊กจอดรอผู้โดยสารอยู่แล้วหนึ่งคัน

​“ตามรถเก๋งสีขาวคันนั้นไป” ปิยะกระโดดขึ้นนั่งตอนหลังของตุ๊กตุ๊กแล้วนึกถึงตำรวจหญิงคนนั้นปิยะเองคิดว่าเธอทำหน้าที่ได้ดีสมกับเป็นสโลแกนของสถานีตำรวจภูธรแห่งนั้นว่า ‘บริการดุจญาติ พิทักษ์ราษฎร์ดุจครอบครัว’ และปิยะยังเชื่อต่อไปอีกว่าหากข้าราชการทุกคนเอาใจใส่งานที่ตัวเองทำอยู่เหมือนอย่างที่ตำรวจหญิงผู้นี้ทำแล้ว..ประเทศชาติจะน่าอยู่ขึ้นสักเพียงไร

​“พวกมึงทำงานประสาอะไรกันว่ะ..ปล่อยให้เรื่องซวยๆไปถึงนายกูจนได้” ชายคนขับวีออสสีขาวตวาดเสียงเข้มใส่หน้าไอ้ยักษ์ ไอ้หน้าบากและไอ้หน้าแหลม ด้วยสีหน้าที่โกรธจัดจนหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงกล่ำ

​“มีคนโทรไปฟ้องเจ้านายกูว่าพวกมึงไปโกงคนงาน”

ทั้งสี่คนอยู่ในโกดังร้างที่ห่างจากตัวเมืองพอสมควรและก็น่าจะไกลเกินพอที่จะมีใครมาแอบได้ยินระหว่างเขากับไอ้สามคนนั่น แต่ก็หารู้ไม่ว่าปิยะได้ซ่อนตัวหลบอยู่แถวนั้นตั้งนานแล้วและน่าจะนานพอก่อนที่ไอ้สามตัวนั่นจะโผล่หน้ามาอีกเสียด้วย

​“ต้องเป็นไอ้เด็กเวรนั่นแน่แน่เลย” ไอ้หน้าแหลมนัยตาหล่อกแหล่กหมายถึงคนงานต่างด้าวที่ลูกพี่มันเพิ่งถีบอกจนกระเด็นเมื่อเช้านี้

​“โธ่..พี่เรื่องมันเล็กนิดเดียว..ไม่มีอะไรหร็อก” ไอ้หน้าบากผมยาวประบ่าดูท่าทางจะใจเย็นกว่าเพื่อน

​“ยังไงว่ะ ที่มึงบอกไม่มีอะไรน่ะ” ชายขับวีออสถามไปจุดบุหรี่สูบไป

​“ก็เรื่องมันเคลียร์กันลงตัวเมื่อเช้านี้แล้วไง หากมันคาบข่าวไปบอกตำรวจจริง ตัวมันเองน่ะแหล่ะที่จะโดนเล่นงาน” ไอ้ยักษ์ได้ทีขอพูดขึ้นบ้าง

​“แล้วใครกันว่ะที่ชื่อปิยะ แซ่โง้วโทรไปหาเจ้านายกูเมื่อเช้านี้”

......................................

ทั้งสี่มาถึงสถานีตำรวจภูธรแห่งนั้นอีกครั้งหลังจากผู้กองถวิลโทรกลับไปบอกชายคนขับวีออสว่าเขามีข้อมูลของคนที่ชื่อปิยะ แซ่โง้วแล้ว ชายคนขับวีออสนั้นดูท่าทางน่าจะเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบและกำลังเดินนำไอ้สามตัวนั่นกลับมาที่โต๊ะทำงานของเขาพร้อมกับเปิดทีวีดูภาพวงจรปิดตามที่ผู้กองถวิลแนะนำ

​“เฮ้ย..นั่นไงไอ้ผมยาวใส่หมวกแก็ปสีขาวนั่นใช่มันเลย”

​“เห็นหน้าไม่ชัดเลย มันหลบมุมกล้องเสียด้วย” ชายคนขับวีออสบ่นพึมพัม 

​“ท่าทางจะไม่สวยซะแล้วงานนี้” ชายวีออสคิดในใจ ทันใดเขาก็ต่อสายคุยกับใครบางคนด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดยิ่งกว่าเดิม สักพักก็วางสายพร้อมกับพยักหน้าเรียกไอ้สามคนนั่นเข้ามาใกล้แล้วพูดเหมือนจะกระซิบ

​“ข้างบนสั่งให้จัดหนักกับโครงการฯของพวกมึง..พวกมึงจะว่ายังไง”

คำว่าจัดหนักก็คือการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ากวาดล้างหรือจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายเหล่านั้นซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเจ้าของโครงการนั้นทันที เช่น ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก เจ้าของขาดรายได้ประจำและต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้น เป็นต้น

​“เสี่ยเค้าจะยอมเหรอ..อย่าลืมว่าเสี่ยจ่ายเจ้านายพี่ทุกรอบไม่เคยขาดน่ะ” ไอ้หน้าบากหัวหมอออกปากแทนเจ้านายมันบ้าง

​“เออ..เรื่องนั้นกูเข้าใจ แต่ทำไงได้ว่ะก็เบื้องบนเค้าสั่งมาแบบนี้นี่นา” 

​“พี่ต้องคุยกับเจ้านายพี่เอง แล้วผมคิดว่าเสี่ยศักดิ์สิทธิ์เขาไม่ยอมแน่” ไอ้หน้าบากยืนกราน

​ชายขับวีออสถอนหายใจหนักแล้วกดปุ่มต่อสายอีกรอบด้วยสีหน้าเครียดยิ่งกว่าเดิมแต่หลังจากวางสายเขากลับมีสีหน้าที่เรียบเฉยเหมือนได้ยาดี

​“พวกกูจะเข้าจับตอนตีสาม..ให้พวกมึงเตรียมเหยื่อเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน..จะได้ไม่ต้องจับผิดตัว”

​คราวนี้ทั้งสามตัวก็หันหน้ามาปรึกษากันเองเพราะการที่จะไปขัดคำสั่งเบื้องบนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่สมควรจะกระทำ มันคล้ายเป็นนโยบายสร้างภาพด้วยการทำภาพลักษณ์ของตัวเองให้ดูดีในสายตาประชาชนและโดยเฉพาะพวกฝ่ายตรงข้ามที่จ้องจะจับผิดอย่างเอาเป็นเอาตาย นี่มันคือเกมส์กลระดับชาติที่ดูจะซับซ้อนยากเกินกว่าที่ประชาชนคนธรรมดาทั่วไปจะเข้าใจ เกมส์กลครั้งนี้ดูเหมือนว่าเสี่ยศักดิ์สิทธิ์เองอาจจะต้องเสียผลประโยชน์ทางธุรกิจไปบ้างแต่เพื่อแลกกับการเอื้อผลประโยชน์ระดับชาติจากคนมีสีแล้วถือว่าคุ้มค่ามาก นี่คือเกมส์กลของคนโกงที่มีแฝงอยู่ในทุกระดับชั้นของสังคมไทยทุกวันนี้

​“เสี่ยแกโอเคแล้ว..เหลือแต่กูกับพวกมึงนี่แหล่ะจะเอาไงกันต่อดี” ไอ้หน้าบากหันมาคุยกับเพื่อนมันสองคน

​“เรื่องหาคนงานใหม่มาเสียบต่อชุดเก่าน่ะ..ไม่ต้องห่วง..กูเตรียมเอาไว้แล้ว” ไอ้หน้าแหลมทำตาเจ้าเล่ห์ออกตัวคนงานของมันหวังที่จะฮุบกินค่านายหน้าท่าเดียว

“เออเออ..กูรู้ ตานี้ยกให้มึงไปก่อนเพราะทีมกูยังไม่พร้อม ตาหน้าเป็นทีกูมั่งล่ะกัน” ไอ้ยักษ์ออกลวดลายไม่แพ้กัน

​“เอาล่ะ..เรื่องงานดูไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว..ทีนี้ก็เหลือเรื่องเหยื่อล่อติดขอเบ็ด” ไอ้หน้าบากหมายถึงคนงานต่างด้าวที่แสนซื่อพวกนั้นและพวกมันคิดที่จะโยนบาปไปให้!

​“จะไปยากอะไร..จัดยกชุดไปเลย ไหนๆชุดใหม่ก็คอยเสียบอยู่แล้ว” ไอ้หน้าแหลมดูจะโนสนโนแคร์หน้าไหนใครทั้งสิ้น

“กูคิดว่าพวกมึงน่าจะไปคุยกับไอ้โฟร์แมนมันดูก่อนไหมว่ะ” ไอ้หน้าบากเกรงว่าโฟร์แมนอาจไม่พอใจเรื่องนี้

​“ทำไมว่ะ..หรือว่ามันเป็นพ่อมึง” ไอ้ยักษ์แกล้งกระเซ้า

​“ไม่ใช่อย่างนั่น..กูหมายถึงว่าหากมันเกิดไม่พอใจพวกมึงขึ้นมาแล้วเสือกลาออกไปอีกคน..ทีนี้เสี่ยคงเอาพวกเราตายแน่”

ไอ้หน้าบากรีบกดมือถือโทรหาโฟร์แมนของมันทันที พอคุยกันได้สักพักก็กดปุ่มวางสายแล้วก็หันมาพูดกับไอ้สองตัวนั่น

​“มันโอเค..จัดได้เลยเต็มที่ เพราะกูบอกมันว่างานนี้กูมีเปอร์เซ็นต์ให้มันด้วย”

ไอ้หน้าบากหมายถึงเงินใต้โต๊ะหรือค่าน้ำร้อนน้ำชาหรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะต้องจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่หรือหัวหน้างานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบราชการไทยถือว่าสิ่งนี้คือธรรมเนียมปฎิบัติ ไม่เว้นแม้กระทั่งภาคเอกชนอย่าง ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ แห่งนี้เช่นเดียวกัน

......................................

​เสียงเดินเบาของเครื่องยนต์จนแทบไม่ได้ยินจากรถกระบะสามคันในยามวิกาล ทั้งสามคันเป็นสีขาวและมีตราโล่ห์ติดอยู่ด้านข้างคนขับ ตอนนี้ถูกขับอย่างช้าๆเลาะเลียบมาตามซอยเปลี่ยวที่ไม่มีแม้แต่เสาไฟฟ้า มันมืดสนิทและมืดเกินไปที่จะมีใครมาตั้งแคมป์พักคนงานอยู่แถวนี้

​“อีกห้านาทีจะตีสาม..ขอสัญญาณบุกด้วย” เจ้าหน้าที่รถกระบะคันหน้าสุดกระซิบผ่านไมค์วิทยุสื่อสารที่ติดตั้งอยู่ในรถ

“โอเค ถ้าทุกคนพร้อมแล้ว..ให้ดับเครื่องยนต์แล้วรอคำสั่งเข้าจับกุมพร้อมกัน”

ตอนนี้ด้านนอกแคมป์พักคนงานต่างด้าวของ ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ เต็มไปด้วยกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณสักสามสิบกว่านาย

“เอาล่ะทุกคน..ลุย” สิ้นเสียงผู้กองถวิล ตำรวจนอกและในเครื่องแบบทุกนายต่างก็วิ่งกรูเข้าหาแค้มป์ที่พักชั่วคราวของคนงานทันที

“ตำรวจๆๆ..ตำรวจมา” เสียงใครคนหนึ่งในแคมป์ตะโกนขึ้นด้วยเสียงอันดัง

เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวได้หมดทั้งแคมป์ เนื่องจากว่าไม่มีใครคาดคิดหรือรู้ตัวกันมาก่อนจึงทำให้การจับกุมเป็นไปโดยละม่อมและไม่มีการสูญเสียเลือดเนื้อแต่อย่างใด

พอรุ่งเช้าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่งก็ลงข่าวพาดหัวประจำเช้าวันนี้ทันทีว่าร้อยตำรวจเอกถวิล หาญประจักษ์ได้นำทีมเข้าจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายคาแค้มป์พักชั่วคราวนอกเมืองและรวบตัวได้ถึงหกสิบสามคน ขณะที่แหล่งข่าวเองก็ไม่ได้ระบุชื่อนายจ้างของแรงงานผิดกฎหมายเหล่านั้นแต่อย่างใด!

สุดท้ายแรงงานพม่าทั้งหมดเหล่านั้นก็จะถูกส่งกลับไปยังประเทศของตัวเองโดยที่จะไม่ได้รับเงินค่าจ้างเลยแม้บาทเดียว ทั้งๆที่พวกเขาสู้อุตส่าห์อดทนทำงานกันมาตลอดหนึ่งปีเต็ม นี่เท่ากับว่า ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ หลอกใช้คนงานต่างด้าวทำงานให้ฟรีและยังไม่นับยอดเงินค้างจ่ายก่อนหน้านั้นอีกเพราะแรงงานพม่าหลายคนที่มาทำงานตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อต้นปีที่แล้วเสียด้วยซ้ำไป!

(โปรดติดตามตอน03)

ตอน01 :
https://timeline.line.me/post/_deSweeRLeVhsOkRLXzAnXwbWRtxAUE9zmU-Q1FM/1154975138302035995

Comments

  1. ตอนนี้บู๊มันส์มาก เห็นภาพชัดเลย เขียนได้ดีมากครับ

    ReplyDelete
  2. พระเอกน่าจะอดีตนาวีซีลน่ะ

    ReplyDelete

Post a Comment

คุยข่าวทันโลกดิจิทัล

เรื่องสั้นแกรนด์ๆไทยแลนด์ 4.0

เรื่องสั้นแกรนด์ๆไทยแลนด์ 4.0 ตอน 03 : เป็นมากกว่าสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร! โลนลี่วูล์ฟ เขียน ดิจิทัลอาร์ทิเคิลว้าว ตรวจสอบ วันนี้โรงเรียนแจงหยุดสองวั นเพราะว่ารัฐบาลสั่งให้ปิดแ บบฉุกเฉิน แจงก็เลยตื่นสายได้สำหรับเช ้าวันนี้ “เอ้า..แจง แจงลงมาทานข้าวได้แล้วลูก เดี๋ยวแม่จะไปทำงานแล้ว” เสียงของแม่แจงดังออกมาจากห ้องครัวเหมือนปกติทุกเช้าแต ่วันนี้เธอไม่ต้องไปส่งลูกท ี่โรงเรียนแล้ว แจงเดินงัวเงียออกมาจากห้อง นอนซึ่งอยู่ติดกันกับห้องคร ัวแล้วก็ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้ าอี้หน้าโต๊ะทานข้าวด้วยสีห น้าคล้ายยังครึ่งหลับครึ่งต ื่น “ดีน่ะ..ได้หยุดตั้งสองวันส ่วนแม่ยังต้องฝ่าฝุ่นควันพิ ษไปทำงานเหมือนเดิม” แม่พูดเหมือนจะประชดและแจงก ็ไม่แน่ใจว่าแม่กำลังประชดแ จงหรือใครกันแน่ “แทนที่จะสั่งปิดโรงงาน สั่งห้ามรถเมล์ผุๆมาวิ่งรับ คนแต่ดันมาสั่งให้เด็กหยุดโ รงเรียน..มันเกาถูกที่คันแล ้วรึ” ชัดเจนแล้วว่าแม่ไม่ได้พูดก ระทบแจงแต่แม่ก็ได้ทำให้บรร ยากาศของเช้าวันนี้ดูขุ่นมั วซึ่งไม่ต่างอะไรจากความขมุ กขมัวของฝุ่นควันพิษจริงๆข้ างนอกบ้านนั่นเลยสักนิด “แล้วแม่จะบ่นทำไมเล่า..บ่น ไปแล้ว อะไรมันจะดีขึ้นทันตาเห็นไห ม” แจงพู...

‘มันจะต้องเป็นฝีมือของรัฐบาลต่างชาติที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อย่างแน่นอน ‘(cyberattack on Australian lawmakers), นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียคำราม!

‘มันจะต้องเป็นฝีมือของรัฐบ าลต่างชาติที่อยู่เบื้องหลั งเรื่องนี้อย่างแน่นอน ‘(cyberattack on Australian lawmakers), นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียคำรา ม! เหตุการณ์โจมตีระบบเครือข่า ยของสำนักงานกฏหมายออสเตรเล ียที่เกิดขึ้นในเดือนนี้น่า จะเป็นฝีมือของรัฐบาลต่างชา ติซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่สามารถ ระบุตัวได้, นายสก็อต มอร์ริสสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียได้พ ูดเมื่อเช้าวันจันทร์นี้และ เขายังได้เพิ่มเติมอีกว่าข้ อมูลเครือข่ายของ พรรคการเมืองที่สำคัญต่างๆก ็โดนเจาะเพื่อเข้าดูข้อมูลก ารเลือกตั้งที่จะมาถึงในเดื อนพฤษภาคมนี้ด้วยเช่นเดียวก ัน! สำนักงานกฎหมายของออสเตรเลี ยได้ถูกแจ้งให้เปลี่ยนพาสเว ิร์ดอย่างเร่งด่วนภายหลังจา กที่หน่วยงานทางไซเบอร์ของอ อสเตรเลีย (Australia's cyber intelligence agency) ได้ตรวจพบว่ามีการโจมตีและก ารพยายามเจาะเข้าฐานข้อมูลค อมพิวเตอร์เครือข่ายของรัฐส ภาแห่งชาติ (National parliament's computer networks) "ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไซเบอร ์ของเราเชื่อว่ารัฐที่ทำตัว เป็นนักแสดงอันซับซ้อน (a sophisticated state actor) จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อก ารกระทำอันมุ่งร้ายนี้ (malicious ...

บริษัทการท่าเรือระดับโลกอย่าง DP World กำลังวางแผนคิดที่จะสร้างไฮเปอร์ลูปสำหรับใช้ขนส่งสินค้าในประเทศอินเดียโดยเฉพาะ!

บริษัทการท่าเรือระดับโลกอย ่าง DP World กำลังวางแผนคิดที่จะสร้างไฮ เปอร์ลูปสำหรับใช้ขนส่งสินค ้าในประเทศอินเดียโดยเฉพาะ! DP World หนึ่งในบริษัทการท่าเรือยัก ษ์ใหญ่ของโลกกำลังคิดที่จะส ร้างไฮเปอร์ลูป (hyperloop) ในประเทศอินเดียเร็ววันนี้ ประธานบริษัทได้กล่าวกับ CNBC เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทั้งนี้เมื่อปีที่แล้ว DP World ซึ่งเป็นบริษัทการท่าเรือขอ งรัฐบาลประเทศ UAE ได้ทำสัญญาเป็นหุ้นส่วนทางธ ุรกิจกับบริ ษัท Virgin Hyperloop One เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสินค้าข นาดใหญ่เอาไว้และมาวันนี้ DP World ก็พร้อมแล้วที่จะประกาศให้โ ลกทราบว่าสถานที่เป้าหมายขอ งโครงการนี้จะเริ่มสร้างกัน ที่ประเทศแห่งประชาธิปไตยที ่กำลังเบ่งบาน (world's largest democracy) อย่างประเทศอินเดียนี่เอง! "สำหรับโครงการชิ้นแรกของเร าจะเริ่มสร้างกันที่อินเดีย ก่อนซึ่งเป็นสถานที่ที่เราไ ด้เคยทำสัญญาทางข้อตกลงต่าง ๆกันเอาไว้นานแล้วและก็จะใช ้มันเป็นสถานที่ใช้ทดสอบโคร งการดังกล่าวอีกด้วย" ประธานบริหารบริษัท Sultan Ahmed bin Sulayem ได้บอกกับนักข่าว CNBC ชื่อ Arjun Kharpal ในการประชุม World Government Summit จัดขึ้นที่...