Skip to main content

Dirty Town : เกมส์กลคนโกง The Series


Dirty Town : เกมส์กลคนโกง The Series

บทที่หนึ่ง : เขาชื่อ..ปิยะ แซ่โง้ว (มีทั้งหมด 4 ตอนด้วยกัน/วันนี้เสนอเป็นตอนแรก)



พนักงานคนขับรถบัสปรับอากาศสองชั้นกำลังหักเลี้ยวพวงมาลัยรถเข้ามาจอดยังช่องจอดของชานชาลาสถานีขนส่งจังหวัดอย่างชำนาญ หัวรถแนบสนิทกับบาทวิถี เสียงหม้อพักลมเบรคขนาดใหญ่เป่าลมออกด้านข้างรถดังฟู่พร้อมกับฝุ่นตลบฟุ้งออกไปตามแรงลมเป่าคล้ายกับจะทำความสะอาดช่องทางลงให้กับผู้โดยสารที่กำลังจะลงจากรถบัสคันดังกล่าว สักครู่ประตูอัตโนมัติก็เปิดอ้าออกมา 

“เข้าในเมืองไม๊พี่ คิดไม่แพงๆ”

“สำหรับท่านที่จะต่อรถขึ้นเหนือ แม่สรวย แม่จันทร์ เชียงราย มาทางนี้เลยจร้า”

“ต่อคิว ซื้อตั๋วบนรถได้เลยจร้า”

“เหนียวหมูปิ้ง ไก่ปิ้ง ไข่ปิ้งก็มีน่ะจ๊ะ น้ำดื่ม ยาลม ยาดม ยาหอม มีหมดจร้า”

ผู้โดยสารต่างก็ทยอยลงจากรถกันจนหมดเพราะสุดสายที่สถานีแห่งนี้แล้ว เหลืออีกคนหนึ่งที่กำลังก้าวท้าวเหยียบบันไดขั้นสุดท้ายเสียงดังแน่นตั่บๆด้วยรองเท้าหนังจระเข้สีดำขลับ เขาใส่กางเกงขายาวสีครีมค่อนไปทางกากีเล็กน้อยเนื้อผ้าน่าจะเป็นผ้าชิโน่ที่พวกทหารและตำรวจมักนิยมตัดเย็บกันเพราะใส่แล้วสบายระบายอากาศได้ดี เขาสวมเสื้อยืดแขนสั้นคอปกโปโลสีเทาเข้ม ผมสั้นไม่ถึงกับเกรียน สวมแว่นตากันแดดคล้ายยี่ห้อเรแบนสีดำขอบทองและในมือขวาถือกระเป๋าเอกสารที่ทำด้วยอลูมิเนียมขนาดไม่ใหญ่มากนัก

“เข้าเมืองไม๊พี่ มาผมช่วยถือกระเป๋าให้” โชเฟอร์รถตุ๊กตุ๊กท่าทางออกจะนักเลงถลาเข้ามาหมายจะคว้ากระเป๋าเขาแต่กลับคว้าได้แค่ลมเพราะเขาเบี่ยงตัวหลบได้ทันแล้วใช้ตะโพกดันส่งเข้าที่สีข้างของโชเฟอร์ผู้ไร้มารยาทคนนั้นอย่างรวดเร็วจนเขาล้มกลิ้งหลุนๆไปกับพื้นถนนและคลุกไปกับฝุ่นอย่างไม่เป็นท่า

“ไม่เป็นไร ผมยังไม่รีบ..ขอบคุณน่ะที่ช่วย” เขายังไม่ลืมที่จะเอ่ยคำว่าขอบคุณ มันทำให้โชเฟอร์ผู้ขาดมารยาทคนนั้นต้องคิดทบทวนตัวเองเสียใหม่ก่อนที่คิดจะไปคว้ากระเป๋าผู้โดยสารคนอื่นอีกในโอกาสต่อไป

มันเป็นเวลาเที่ยงกับอีกสามสิบสองนาทีตามเวลานาฬิกาเรือนใหญ่ที่ห้อยอยู่ตรงกลางหน้าสถานีขนส่ง เขาแหงนหน้าขึ้นเหลือบมองมันและคิดว่าน่าจะต้องหาอะไรรองท้องเสียหน่อยแล้ว เขาเดินออกจากหน้าสถานีขนส่งได้สักพักก็เจอผู้คนมากมายที่ลานขายอาหารแห่งหนี่งมีทั้งร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่ ชา กาแฟมีครบหมดในที่เดียว เหลือบมองไปยังด้านซ้ายมือก็พบป้ายตัวอักษรตัวโตว่า ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ ก็คิดว่าน่าจะเป็นชื่อสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน

“น้อง..พี่ขอเย็นตาโฟชามน่ะ

“ได่คับเพ่ เคี่ยงดื่มหล่าคับ เอารัยเด” เสียงคนขายหรือว่าเสียงพวกแม้วบนดอยซึ่งเขาเองก็ไม่แน่ใจจนต้องขอให้พูดทวนอีกสักรอบ

“เดี๋ยวๆน้องว่าอะไรน่ะ พี่ได้ยินไม่ชัด ขออีกที”

“โผมว่า เคี่ยงดื่มคับเช่น น้ำอักโลม ซา กาแพ อะไรหยั่งงี้คับ”

“อ๋อ..เข้าใจล่ะ งั้นเอาน้ำเปล่าไม่ใส่น้ำแข็งก็แล้วกันน่ะ”

“คับ ได่คับ”

ที่แท้เด็กพวกนี้ก็เป็นชาวต่างด้าวนั่นเอง คนต่างด้าวพวกนี้อาจจะเป็นชาวพม่า เขมร หรือไม่ก็กัมพูชาแต่ถ้าบริเวณทางตอนเหนือของไทยแล้วส่วนใหญ่ร้อยทั้งร้อยจะเป็นพวกพม่าเป็นส่วนใหญ่ สักพักเย็นตาโฟชามโตก็ถูกเสิร์ฟพร้อมกับน้ำเปล่า ขณะที่เขานั่งทานไปเรื่อยๆนั้นหางตาก็ได้กวาดมองไปรอบๆบริเวณอย่างกับจะสำรวจดูว่าคนขายเจ้าอื่นๆเป็นอย่างไรและเขาก็สังเกตุเห็นว่าใบหน้า ท่าทาง รวมไปถึงสำเนียงภาษาของผู้ขายรายอื่นๆนั้นค่อนไปทางชาวต่างด้าวเสียเป็นส่วนใหญ่ มีอยู่สองเจ้าที่ขายผัดไทยและข้าวปั้นญี่ปุ่นนั้นน่าจะไม่ใช่เพราะด้วยบุคลิกและภาษาไทยที่ดูจะคล่องมากกว่าเพื่อน

“น้องเก็บตังค์ด้วย” เขาเรียกหนุ่มต่างด้าวคนเดิมให้มาคิดเงิน

“สามสิบห้าคับเพ่”

“เอ้านี่แบ้งค์ร้อย”

“โอ่ ขอโทกด้วยคับ เพ่ไม่มีใบย่อยเหรอคับ” เด็กพม่าคนนั้นน่าจะหมายถึงแบ้งค์ยี่สิบ ทำให้เขาต้องเปิดกระเป๋าสตางค์ดูอีกทีก็พบว่าไม่มีแบ้งค์ย่อยหรือแบ้งค์ยี่สิบอยู่เลยสักใบเดียว

“ไม่มีเลย เอางี้เดี๋ยวพี่เดินไปแลกเหรียญที่ร้านเซเว่นด้านหลังโน่นให้น่ะ”

“ได่คับเพ่”

ด้านหลัง ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ เป็นตึกแถวสามชั้นถูกสร้างเป็นยูนิตยาวเรียงติดกันเป็นรูปตัวยูและมีถนนตัดผ่านระหว่างยูนิต ชั้นล่างเจ้าของตึกส่วนใหญ่จะเปิดเป็นร้านค้า ธนาคาร สำนักงานธุรกิจให้เช่าต่างๆรวมถึงร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่น-อีเลฟเว่นด้วย

“ขายดีออกอย่างนั้น เงินทอนแค่นี้กลับไม่มี” เขาเดินไปพลางก็คิดไปพลาง

“เอ๊ะ หรือว่าคนพวกนี้..” เมื่อเขาจ่ายเงินค่าอาหารเสร็จแล้วก็คิดว่าน่าจะหาที่พักใกล้ๆแถวนี้ ด้วยตัวเขาเองต้องการจะสืบอะไรบางอย่างตามสัญชาติญาณเดิมของเขาว่าทำไมคนต่างด้าวพวกนี้ถึงเปิดร้านขายของเองได้ เขาเอาทุนมาจากไหนกัน สองทำไมพวกเขาไม่มีเงินทอนสำรองเลย ทั้งที่ขายดีออกอย่างนั้น สามทำไมคนไทยถึงเปิดขายกันน้อยมาก พวกเขาไปไหนกันหมดหรือว่าจะโดนแรงงานต่างด้าวครองเมืองอย่างที่คนเขาล่ำลือกันจริงๆ จนกระทั่งเขาเดินมาหยุดที่หน้าเคาท์เตอร์ด้านในของโรงแรมสองชั้นกลางเก่ากลางใหม่แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในซอยด้านหลังที่ไม่ไกลจาก ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ เท่าใดนัก

“ห้องพัดลมสองร้อย ห้องแอร์สามร้อยน่ะ” ลุงแป่ะชาวจีนผมหงอกเต็มหัวเจ้าของโรงแรมเอ่ยปากทักทาย

“เอาห้องแอร์คืนนึงน่ะแป่ะ”

”ขอบักลื้อด้วย แล้วช่วยเซ็งชื่อตรงนี้” ลุงหมายถึงบัตรประจำตัวประชาชนของเขา

“เอ้านี่..แป่ะ” เขาควักบัตรให้และหยิบปากกากำลังจะเซ็นตรงช่องที่ลุงแป่ะแกกาหมายเอาไว้ให้พร้อมๆกับที่ลุงแป่ะก็ยกแว่นสายตาของแกขึ้นมาใส่แล้วก็กำลังหยิบบัตรประชาชนของเขาขึ้นมาเพ่งดูอยู่พอดี

“ปิยะ แซ่โง้ว”

“อ้าว ลื้อเป็นแต้จิ๋วเหรอ แซ่โง้วแถวนี้มีเยอะแยะนา”

“เปล่าแป่ะ ผมเป็นแมนดาริน”

“อ๋อ เอ่อ”

ปิยะบอกลุงแป่ะว่าขอพักบนชั้นสองด้วยเขาเองก็จะอยากจะเห็นกิจกรรมที่ ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ นั่นได้ถนัดตาหน่อยและห้องนอนเขาก็มีระเบียงเล็กๆอยู่ด้านหลังอีกด้วยและเขาก็สามารถใช้นั่งดูเป้าหมายดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

เปล่าหรอกปิยะไม่ใช่ทั้งนายตำรวจนอกเครื่องแบบหรือนายทหารติดยศอะไรทั้งสิ้น เขาเป็นแค่หนุ่มใหญ่วัยใกล้จะสี่สิบเข้าไปแล้ว ไม่มีครอบครัว ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่งแต่สิ่งที่เขามีก็คือความเป็นนักสู้ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด พูดถึงเรื่องชาติกำเนิด เอาเข้าจริงๆแล้วปิยะเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเกิดมายังไง พ่อแม่เป็นใคร ญาติพี่น้องเหล่ากอว่านเครืออยู่ทีไหน อย่างไร คนที่ใกล้ชิดปิยะมากที่สุดเท่าที่เขาจำความได้ก็คือลุงคนเก็บขยะหรือเก็บของเก่าขายที่อยู่ข้างบ้านเขาแถวโคกสำโรง สมุทรปราการโน่น เขาจำได้ว่าตั้งแต่พ่อกับแม่ทิ้งเขาไปก็ได้ลุงข้างบ้านนี่แหล่ะที่ช่วยดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำให้มาโดยตลอด จนกระทั่งแกมาถูกรถวัยรุ่นซิ่งชนตายขณะกำลังจะวิ่งข้ามไปอีกฝั่งถนนเพื่อจะไปเก็บของเก่าในตอนที่เขาอายุได้เพียงสิบสองขวบเท่านั้น จากนั้นชีวิตของปิยะ แซ่โง้วก็ต้องดิ้นรนช่วยเหลือตัวเองแบบปากกัดตีนถีบเพื่อให้มีชีวิตรอดไปวันๆและก็ได้อาศัยวัดเป็นที่หลบแดดคุ้มฝนให้ แต่ก็ยังต้องอดมื้อกินมื้อเหมือนเด็กกำพร้าทั่วไป ขณะที่หวนนึกย้อนอดีตเขาก็เริ่มเข้าสู่ภวังค์ ทำให้เขาต้องเอนกายลงบนเตียง หลับตาลงและปิยะก็เผลอม่อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทางไปในที่สุด

.........................................................................

จริงๆแล้วยังมี ‘อะเวนิว’ หลายแห่งในบริเวณที่ปิยะเช่าห้องพักอยู่ มีทั้งอะเวนิวที่มีมาก่อนหน้า ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ และก็อะเวนิวที่กำลังจะก่อสร้างใหม่ คำว่าอะเวนิวเป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่มาจากคำว่า Avenue ซึ่งแปลว่าถนนแต่ถูกนำมาใช้ตั้งเป็นชื่อของโครงการต่างๆโดยผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หัวสมัยใหม่ที่รวมเอาความสะดวกสบายทุกอย่างมาไว้ในโครงการ เช่น มีตลาด ร้านค้า ร้านขายยา ห้องเช่าทำธุรกิจ อะเวนิวบางแห่งถึงกับมีโรงแรม โรงนวดสปาหรือแม้กระทั่งปั้มน้ำมันด้วยซ้ำไป และก็เช่นเดียวกับ ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ ซึ่งตอนนี้เจ้าของได้ซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อทำการขยายพื้นที่ไปทางด้านหลังของโครงการเดิมและก็เพิ่งจะเริ่มตอกเสาเข็มกันไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง ขณะนี้มีคนงานก่อสร้างทั้งที่เป็นคนไทยและคนต่างด้าวต่างก็กำลังช่วยกันผูกเหล็ก ตีไม้แบบก่อสร้างและเทคอนกรีตฐานรากกันอย่างคึกคัก

“เมื่อไหร่โผมและลูกเมียจะได้บัตรคนต่างด้าวเสียทีล่ะคับ..ลูกพี่” คะยอถิ่นช่างไม้ฝีมือดีชาวพม่าเอ่ยปากถามโฟร์แมนของ ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ ที่หน้างานก่อสร้างโครงการเช้านี้

“เรื่องนี้ผมไม่รู้เลย แต่เดี๋ยวถ้ามีเวลาผมจะถามเสมียนให้น่ะ พี่ยอ” โฟร์แมนหนุ่มคนไทยในวัยคราวลูกคะยอถิ่นตอบเขาในระหว่างที่กำลังคุมงานก่อสร้าง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วบริษัทยังไม่ได้ดำเนินการอะไรในเรื่องนี้ให้เขาเลยแม้แต่น้อยแถมยังมาหักเงินค่าแรงคะยอถิ่นและคนงานอื่นๆไว้ทุกงวดอีกด้วย

“ช่วยโผมหน่อยเถอะคับนายช่าง ไม่ต้องกลัวว่าพวกโผมจะทิ้งงานหรือหนีไปไหน เพราะถึงยังไงบริษัทของนายช่างก็หักค่าแรงของพวกโผมไว้ทุกงวดอยู่แล้ว”

“นั่นสิ ผมถึงได้เห็นใจพี่ยออยู่นี่ไง”

ทันใดนั้นก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังออกมาจากตู้คอนเทนเนอร์ที่ ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ ใช้เป็นสำนักงานสนามชั่วคราวสำหรับก่อสร้างโครงการฯและก็มีร่างหนึ่งเหมือนถูกถีบให้ลอยไปกระแทกเข้ากับประตูตู้คอนเทนเนอร์จนประตูถึงกับเปิดผงะออกมาด้านนอกและร่างนั้นก็ได้กระเด็นหลุดออกมานอนกองอยู่บนพื้นทรายข้างนอกตู้คอนเทนเนอร์เสียงดังตุ้บใหญ่

“ถ้าไม่อยากทำ..พวกมึงก็ออกไปเลย” เจ้าของเสียงเป็นชายร่างใหญ่ ผิวดำและสำเนียงเหมือนคนใต้ นัยย์ตาแดงกล่ำด้วยความโมโหและกำลังถลึงตาจ้องมายังเจ้าของร่างที่เพิ่งโดนเขาถีบออกมาราวกับว่าจะกินเลือดกินเนื้อเสียให้ได้

“คุยกันก็ได้นี่นาย ไม่น่าทำกับโผมอย่างนี้เลย” หนุ่มก่อสร้างต่างด้าวร่างเล็กผอมเกร็งคนนั้นกลั้นใจพูดด้วยมือหนึ่งกุมอยู่ที่ยอดอกเพราะจุกจากแรงถีบของอีกฝ่ายหนึ่งและอีกมือหนึ่งก็ค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ

“กูคุยกับพวกมึงกี่รอบแล้วไอ้เรื่องค่าแรงนั่น..หา!”

“พวกโผมก็แค่อยากจะได้ส่วนของพวกโผมคืน..ก็เท่านั้น”

“กูบอกพวกมึงแล้วไม่ใช่เหรอว่าไอ้ส่วนที่หักไว้น่ะ มันไม่พอจ่ายให้พวกเอ็งหรอกโว้ย”

“พวกกูต้องเอาไปชดเชยความเสียหายที่พวกมึงก่อไว้โน่นยังไง” ไอ้ยักษ์หมายถึงมูลค่าความเสียหายจากงานก่อสร้างของไอ้หนุ่มต่างด้าวเอง เมื่อคิดออกมาเป็นตัวเงินแล้ว

“แต่ที่นายเคยตกลงกับพวกโผมทีแรก..มันไม่ใช่แบบนี้นี่นา”

“นี่มันโกงกันชัดชัด” ไอ้หนุ่มต่างด้าวหมายถึงข้อตกลงกันด้วยวาจาตั้งแต่ทีแรกก่อนที่จะเริ่มงานก่อสร้างฯว่าความเสียหายใดๆบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบเองไม่ใช่ให้คนงานซึ่งทำตามคำสั่งโฟร์แมนอีกทีต้องมารับผิดชอบด้วยแบบนี้

“งั้นพวกมึงก็ไปฟ้องกรมแรงงานฯเลยสิว่ะ..จะรออะไรอยู่ล่ะ” ไอ้หน้าบากผมยาวประบ่าหนวดเครารกรุงรังดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นลูกน้องไอ้ยักษ์นั่นอีกทีโพล่งสวนคำพูดของมันออกมา

“พวกโผมคงไม่โง่เดินไปให้ตำรวจจับเข้าคุกฟรี..เหมือนอย่างกับที่พวกนายทำกับพี่ชายโผมหร็อก” เขาหมายถึงว่าตราบใดที่บริษัทยังไม่ออกบัตรคนต่างด้าวให้ ตราบนั้นพวกเขาก็ยังคงเป็นแรงงานที่ผิดกฎหมายอย่างนี้ตลอดไปและต้องคอยหลบหนีแบบหัวซุกหัวซุน แอบๆซ่อนๆเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอยู่ตลอดเวลา

“เออ..พวกมึงเองก็น่าจะรู้ว่าเจ้านายพวกกูใหญ่แค่ไหน..ขนาดพวกมึงมาทำงานกับกูที่นี่โดยไม่มีบัตรน่ะ ตำรวจมันยังไม่กล้าจับพวกมึงเลย..คิดดู” ไอ้หน้าบากพูดดูถูกเหยียดหยามประหนึ่งว่าไอ้หนุ่มต่างด้าวคงหมดหนทางไป

“เอาเถอะ พวกโผมพร้อมที่จะไป ส่วนเรื่องค่าแรงที่ติดค้างกันนั่นหากพวกนายไม่คิดจะคืนให้ ก็ไม่เป็นไร พวกโผมหาใหม่ได้ แต่จำไว้เลยว่าบริษัทลูกพี่ของพวกนายจะต้องไม่เจริญแน่..ขอให้ชิบหายในเร็ววันก็แล้วกัน”

เหตุการณ์ทั้งหมดของเช้าวันนี้หาได้รอดพ้นสายตาปิยะไปได้ เขาได้เห็นความผิดปกตินับตั้งแต่ที่ไอ้ยักษ์ ไอ้หน้าบากและก็ยังมีไอ้หน้าแหลมตัวเล็กผมสั้นอีกคนที่พาหนุ่มต่างด้าวเคราะห์ร้ายคนนั้นเดินเข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์ตั้งแต่ทีแรกแล้ว และมันทำให้เขาต้องรีบแฝงตัวเข้าไปในพื้นที่ก่อสร้างตรงนั้นอย่างรวดเร็วและเขาก็ได้รู้ว่าเขาควรจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อทำเรื่องจริงให้กระจ่างและนี่คืองานของเขาที่เขาทำมาตลอดชีวิตสามสิบเก้าปีกับอีกห้าเดือนเจ็ดวัน!

~โปรดติดตามตอน 02

Comments

  1. กำลังมันส์เลย

    ReplyDelete
  2. คนเดียวกับปิยะ ตระกูลราษฎ์หรือเปล่าน่ะ

    ReplyDelete

Post a Comment

คุยข่าวทันโลกดิจิทัล

เรื่องสั้นแกรนด์ๆไทยแลนด์ 4.0

เรื่องสั้นแกรนด์ๆไทยแลนด์ 4.0 ตอน 03 : เป็นมากกว่าสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร! โลนลี่วูล์ฟ เขียน ดิจิทัลอาร์ทิเคิลว้าว ตรวจสอบ วันนี้โรงเรียนแจงหยุดสองวั นเพราะว่ารัฐบาลสั่งให้ปิดแ บบฉุกเฉิน แจงก็เลยตื่นสายได้สำหรับเช ้าวันนี้ “เอ้า..แจง แจงลงมาทานข้าวได้แล้วลูก เดี๋ยวแม่จะไปทำงานแล้ว” เสียงของแม่แจงดังออกมาจากห ้องครัวเหมือนปกติทุกเช้าแต ่วันนี้เธอไม่ต้องไปส่งลูกท ี่โรงเรียนแล้ว แจงเดินงัวเงียออกมาจากห้อง นอนซึ่งอยู่ติดกันกับห้องคร ัวแล้วก็ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้ าอี้หน้าโต๊ะทานข้าวด้วยสีห น้าคล้ายยังครึ่งหลับครึ่งต ื่น “ดีน่ะ..ได้หยุดตั้งสองวันส ่วนแม่ยังต้องฝ่าฝุ่นควันพิ ษไปทำงานเหมือนเดิม” แม่พูดเหมือนจะประชดและแจงก ็ไม่แน่ใจว่าแม่กำลังประชดแ จงหรือใครกันแน่ “แทนที่จะสั่งปิดโรงงาน สั่งห้ามรถเมล์ผุๆมาวิ่งรับ คนแต่ดันมาสั่งให้เด็กหยุดโ รงเรียน..มันเกาถูกที่คันแล ้วรึ” ชัดเจนแล้วว่าแม่ไม่ได้พูดก ระทบแจงแต่แม่ก็ได้ทำให้บรร ยากาศของเช้าวันนี้ดูขุ่นมั วซึ่งไม่ต่างอะไรจากความขมุ กขมัวของฝุ่นควันพิษจริงๆข้ างนอกบ้านนั่นเลยสักนิด “แล้วแม่จะบ่นทำไมเล่า..บ่น ไปแล้ว อะไรมันจะดีขึ้นทันตาเห็นไห ม” แจงพู...

‘มันจะต้องเป็นฝีมือของรัฐบาลต่างชาติที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อย่างแน่นอน ‘(cyberattack on Australian lawmakers), นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียคำราม!

‘มันจะต้องเป็นฝีมือของรัฐบ าลต่างชาติที่อยู่เบื้องหลั งเรื่องนี้อย่างแน่นอน ‘(cyberattack on Australian lawmakers), นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียคำรา ม! เหตุการณ์โจมตีระบบเครือข่า ยของสำนักงานกฏหมายออสเตรเล ียที่เกิดขึ้นในเดือนนี้น่า จะเป็นฝีมือของรัฐบาลต่างชา ติซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่สามารถ ระบุตัวได้, นายสก็อต มอร์ริสสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียได้พ ูดเมื่อเช้าวันจันทร์นี้และ เขายังได้เพิ่มเติมอีกว่าข้ อมูลเครือข่ายของ พรรคการเมืองที่สำคัญต่างๆก ็โดนเจาะเพื่อเข้าดูข้อมูลก ารเลือกตั้งที่จะมาถึงในเดื อนพฤษภาคมนี้ด้วยเช่นเดียวก ัน! สำนักงานกฎหมายของออสเตรเลี ยได้ถูกแจ้งให้เปลี่ยนพาสเว ิร์ดอย่างเร่งด่วนภายหลังจา กที่หน่วยงานทางไซเบอร์ของอ อสเตรเลีย (Australia's cyber intelligence agency) ได้ตรวจพบว่ามีการโจมตีและก ารพยายามเจาะเข้าฐานข้อมูลค อมพิวเตอร์เครือข่ายของรัฐส ภาแห่งชาติ (National parliament's computer networks) "ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไซเบอร ์ของเราเชื่อว่ารัฐที่ทำตัว เป็นนักแสดงอันซับซ้อน (a sophisticated state actor) จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อก ารกระทำอันมุ่งร้ายนี้ (malicious ...

บริษัทการท่าเรือระดับโลกอย่าง DP World กำลังวางแผนคิดที่จะสร้างไฮเปอร์ลูปสำหรับใช้ขนส่งสินค้าในประเทศอินเดียโดยเฉพาะ!

บริษัทการท่าเรือระดับโลกอย ่าง DP World กำลังวางแผนคิดที่จะสร้างไฮ เปอร์ลูปสำหรับใช้ขนส่งสินค ้าในประเทศอินเดียโดยเฉพาะ! DP World หนึ่งในบริษัทการท่าเรือยัก ษ์ใหญ่ของโลกกำลังคิดที่จะส ร้างไฮเปอร์ลูป (hyperloop) ในประเทศอินเดียเร็ววันนี้ ประธานบริษัทได้กล่าวกับ CNBC เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทั้งนี้เมื่อปีที่แล้ว DP World ซึ่งเป็นบริษัทการท่าเรือขอ งรัฐบาลประเทศ UAE ได้ทำสัญญาเป็นหุ้นส่วนทางธ ุรกิจกับบริ ษัท Virgin Hyperloop One เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสินค้าข นาดใหญ่เอาไว้และมาวันนี้ DP World ก็พร้อมแล้วที่จะประกาศให้โ ลกทราบว่าสถานที่เป้าหมายขอ งโครงการนี้จะเริ่มสร้างกัน ที่ประเทศแห่งประชาธิปไตยที ่กำลังเบ่งบาน (world's largest democracy) อย่างประเทศอินเดียนี่เอง! "สำหรับโครงการชิ้นแรกของเร าจะเริ่มสร้างกันที่อินเดีย ก่อนซึ่งเป็นสถานที่ที่เราไ ด้เคยทำสัญญาทางข้อตกลงต่าง ๆกันเอาไว้นานแล้วและก็จะใช ้มันเป็นสถานที่ใช้ทดสอบโคร งการดังกล่าวอีกด้วย" ประธานบริหารบริษัท Sultan Ahmed bin Sulayem ได้บอกกับนักข่าว CNBC ชื่อ Arjun Kharpal ในการประชุม World Government Summit จัดขึ้นที่...