Dirty Town : เกมส์กลคนโกง The Series
บทที่หนึ่ง : เขาชื่อ..ปิยะ แซ่โง้ว (มีทั้งหมด 4 ตอนด้วยกัน/ วันนี้เสนอเป็นตอนแรก)
พนักงานคนขับรถบัสปรับอากาศ สองชั้นกำลังหักเลี้ยวพวงมา ลัยรถเข้ามาจอดยังช่องจอดขอ งชานชาลาสถานีขนส่งจังหวัดอ ย่างชำนาญ หัวรถแนบสนิทกับบาทวิถี เสียงหม้อพักลมเบรคขนาดใหญ่ เป่าลมออกด้านข้างรถดังฟู่พ ร้อมกับฝุ่นตลบฟุ้งออกไปตาม แรงลมเป่าคล้ายกับจะทำความส ะอาดช่องทางลงให้กับผู้โดยส ารที่กำลังจะลงจากรถบัสคันด ังกล่าว สักครู่ประตูอัตโนมัติก็เปิ ดอ้าออกมา
“เข้าในเมืองไม๊พี่ คิดไม่แพงๆ”
“สำหรับท่านที่จะต่อรถขึ้นเ หนือ แม่สรวย แม่จันทร์ เชียงราย มาทางนี้เลยจร้า”
“ต่อคิว ซื้อตั๋วบนรถได้เลยจร้า”
“เหนียวหมูปิ้ง ไก่ปิ้ง ไข่ปิ้งก็มีน่ะจ๊ะ น้ำดื่ม ยาลม ยาดม ยาหอม มีหมดจร้า”
ผู้โดยสารต่างก็ทยอยลงจากรถ กันจนหมดเพราะสุดสายที่สถาน ีแห่งนี้แล้ว เหลืออีกคนหนึ่งที่กำลังก้า วท้าวเหยียบบันไดขั้นสุดท้า ยเสียงดังแน่นตั่บๆด้วยรองเ ท้าหนังจระเข้สีดำขลับ เขาใส่กางเกงขายาวสีครีมค่อ นไปทางกากีเล็กน้อยเนื้อผ้า น่าจะเป็นผ้าชิโน่ที่พวกทหา รและตำรวจมักนิยมตัดเย็บกัน เพราะใส่แล้วสบายระบายอากาศ ได้ดี เขาสวมเสื้อยืดแขนสั้นคอปกโ ปโลสีเทาเข้ม ผมสั้นไม่ถึงกับเกรียน สวมแว่นตากันแดดคล้ายยี่ห้อ เรแบนสีดำขอบทองและในมือขวา ถือกระเป๋าเอกสารที่ทำด้วยอ ลูมิเนียมขนาดไม่ใหญ่มากนัก
“เข้าเมืองไม๊พี่ มาผมช่วยถือกระเป๋าให้” โชเฟอร์รถตุ๊กตุ๊กท่าทางออก จะนักเลงถลาเข้ามาหมายจะคว้ ากระเป๋าเขาแต่กลับคว้าได้แ ค่ลมเพราะเขาเบี่ยงตัวหลบได ้ทันแล้วใช้ตะโพกดันส่งเข้า ที่สีข้างของโชเฟอร์ผู้ไร้ม ารยาทคนนั้นอย่างรวดเร็วจนเ ขาล้มกลิ้งหลุนๆไปกับพื้นถน นและคลุกไปกับฝุ่นอย่างไม่เ ป็นท่า
“ไม่เป็นไร ผมยังไม่รีบ..ขอบคุณน่ะที่ช ่วย” เขายังไม่ลืมที่จะเอ่ยคำว่า ขอบคุณ มันทำให้โชเฟอร์ผู้ขาดมารยา ทคนนั้นต้องคิดทบทวนตัวเองเ สียใหม่ก่อนที่คิดจะไปคว้าก ระเป๋าผู้โดยสารคนอื่นอีกใน โอกาสต่อไป
มันเป็นเวลาเที่ยงกับอีกสาม สิบสองนาทีตามเวลานาฬิกาเรื อนใหญ่ที่ห้อยอยู่ตรงกลางหน ้าสถานีขนส่ง เขาแหงนหน้าขึ้นเหลือบมองมั นและคิดว่าน่าจะต้องหาอะไรร องท้องเสียหน่อยแล้ว เขาเดินออกจากหน้าสถานีขนส่ งได้สักพักก็เจอผู้คนมากมาย ที่ลานขายอาหารแห่งหนี่งมีท ั้งร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่ ชา กาแฟมีครบหมดในที่เดียว เหลือบมองไปยังด้านซ้ายมือก ็พบป้ายตัวอักษรตัวโตว่า ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ ก็คิดว่าน่าจะเป็นชื่อสถานท ี่แห่งนี้อย่างแน่นอน
“น้อง..พี่ขอเย็นตาโฟชามน่ะ ”
“ได่คับเพ่ เคี่ยงดื่มหล่าคับ เอารัยเด” เสียงคนขายหรือว่าเสียงพวกแ ม้วบนดอยซึ่งเขาเองก็ไม่แน่ ใจจนต้องขอให้พูดทวนอีกสักร อบ
“เดี๋ยวๆน้องว่าอะไรน่ะ พี่ได้ยินไม่ชัด ขออีกที”
“โผมว่า เคี่ยงดื่มคับเช่น น้ำอักโลม ซา กาแพ อะไรหยั่งงี้คับ”
“อ๋อ..เข้าใจล่ะ งั้นเอาน้ำเปล่าไม่ใส่น้ำแข ็งก็แล้วกันน่ะ”
“คับ ได่คับ”
ที่แท้เด็กพวกนี้ก็เป็นชาวต ่างด้าวนั่นเอง คนต่างด้าวพวกนี้อาจจะเป็นช าวพม่า เขมร หรือไม่ก็กัมพูชาแต่ถ้าบริเ วณทางตอนเหนือของไทยแล้วส่ว นใหญ่ร้อยทั้งร้อยจะเป็นพวก พม่าเป็นส่วนใหญ่ สักพักเย็นตาโฟชามโตก็ถูกเส ิร์ฟพร้อมกับน้ำเปล่า ขณะที่เขานั่งทานไปเรื่อยๆน ั้นหางตาก็ได้กวาดมองไปรอบๆ บริเวณอย่างกับจะสำรวจดูว่า คนขายเจ้าอื่นๆเป็นอย่างไรแ ละเขาก็สังเกตุเห็นว่าใบหน้ า ท่าทาง รวมไปถึงสำเนียงภาษาของผู้ข ายรายอื่นๆนั้นค่อนไปทางชาว ต่างด้าวเสียเป็นส่วนใหญ่ มีอยู่สองเจ้าที่ขายผัดไทยแ ละข้าวปั้นญี่ปุ่นนั้นน่าจะ ไม่ใช่เพราะด้วยบุคลิกและภา ษาไทยที่ดูจะคล่องมากกว่าเพ ื่อน
“น้องเก็บตังค์ด้วย” เขาเรียกหนุ่มต่างด้าวคนเดิ มให้มาคิดเงิน
“สามสิบห้าคับเพ่”
“เอ้านี่แบ้งค์ร้อย”
“โอ่ ขอโทกด้วยคับ เพ่ไม่มีใบย่อยเหรอคับ” เด็กพม่าคนนั้นน่าจะหมายถึง แบ้งค์ยี่สิบ ทำให้เขาต้องเปิดกระเป๋าสตา งค์ดูอีกทีก็พบว่าไม่มีแบ้ง ค์ย่อยหรือแบ้งค์ยี่สิบอยู่ เลยสักใบเดียว
“ไม่มีเลย เอางี้เดี๋ยวพี่เดินไปแลกเห รียญที่ร้านเซเว่นด้านหลังโ น่นให้น่ะ”
“ได่คับเพ่”
ด้านหลัง ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ เป็นตึกแถวสามชั้นถูกสร้างเ ป็นยูนิตยาวเรียงติดกันเป็น รูปตัวยูและมีถนนตัดผ่านระห ว่างยูนิต ชั้นล่างเจ้าของตึกส่วนใหญ่ จะเปิดเป็นร้านค้า ธนาคาร สำนักงานธุรกิจให้เช่าต่างๆ รวมถึงร้านสะดวกซื้ออย่างเซ เว่น-อีเลฟเว่นด้วย
“ขายดีออกอย่างนั้น เงินทอนแค่นี้กลับไม่มี” เขาเดินไปพลางก็คิดไปพลาง
“เอ๊ะ หรือว่าคนพวกนี้..” เมื่อเขาจ่ายเงินค่าอาหารเส ร็จแล้วก็คิดว่าน่าจะหาที่พ ักใกล้ๆแถวนี้ ด้วยตัวเขาเองต้องการจะสืบอ ะไรบางอย่างตามสัญชาติญาณเด ิมของเขาว่าทำไมคนต่างด้าวพ วกนี้ถึงเปิดร้านขายของเองไ ด้ เขาเอาทุนมาจากไหนกัน สองทำไมพวกเขาไม่มีเงินทอนส ำรองเลย ทั้งที่ขายดีออกอย่างนั้น สามทำไมคนไทยถึงเปิดขายกันน ้อยมาก พวกเขาไปไหนกันหมดหรือว่าจะ โดนแรงงานต่างด้าวครองเมือง อย่างที่คนเขาล่ำลือกันจริง ๆ จนกระทั่งเขาเดินมาหยุดที่ห น้าเคาท์เตอร์ด้านในของโรงแ รมสองชั้นกลางเก่ากลางใหม่แ ห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในซอยด ้านหลังที่ไม่ไกลจาก ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ เท่าใดนัก
“ห้องพัดลมสองร้อย ห้องแอร์สามร้อยน่ะ” ลุงแป่ะชาวจีนผมหงอกเต็มหัว เจ้าของโรงแรมเอ่ยปากทักทาย
“เอาห้องแอร์คืนนึงน่ะแป่ะ”
”ขอบักลื้อด้วย แล้วช่วยเซ็งชื่อตรงนี้” ลุงหมายถึงบัตรประจำตัวประช าชนของเขา
“เอ้านี่..แป่ะ” เขาควักบัตรให้และหยิบปากกา กำลังจะเซ็นตรงช่องที่ลุงแป ่ะแกกาหมายเอาไว้ให้พร้อมๆก ับที่ลุงแป่ะก็ยกแว่นสายตาข องแกขึ้นมาใส่แล้วก็กำลังหย ิบบัตรประชาชนของเขาขึ้นมาเ พ่งดูอยู่พอดี
“ปิยะ แซ่โง้ว”
“อ้าว ลื้อเป็นแต้จิ๋วเหรอ แซ่โง้วแถวนี้มีเยอะแยะนา”
“เปล่าแป่ะ ผมเป็นแมนดาริน”
“อ๋อ เอ่อ”
ปิยะบอกลุงแป่ะว่าขอพักบนชั ้นสองด้วยเขาเองก็จะอยากจะเ ห็นกิจกรรมที่ ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ นั่นได้ถนัดตาหน่อยและห้องน อนเขาก็มีระเบียงเล็กๆอยู่ด ้านหลังอีกด้วยและเขาก็สามา รถใช้นั่งดูเป้าหมายดังกล่า วได้เป็นอย่างดี
เปล่าหรอกปิยะไม่ใช่ทั้งนาย ตำรวจนอกเครื่องแบบหรือนายท หารติดยศอะไรทั้งสิ้น เขาเป็นแค่หนุ่มใหญ่วัยใกล้ จะสี่สิบเข้าไปแล้ว ไม่มีครอบครัว ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่งแต่ สิ่งที่เขามีก็คือความเป็นน ักสู้ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด พูดถึงเรื่องชาติกำเนิด เอาเข้าจริงๆแล้วปิยะเองก็ไ ม่รู้เหมือนกันว่าเขาเกิดมา ยังไง พ่อแม่เป็นใคร ญาติพี่น้องเหล่ากอว่านเครื ออยู่ทีไหน อย่างไร คนที่ใกล้ชิดปิยะมากที่สุดเ ท่าที่เขาจำความได้ก็คือลุง คนเก็บขยะหรือเก็บของเก่าขา ยที่อยู่ข้างบ้านเขาแถวโคกส ำโรง สมุทรปราการโน่น เขาจำได้ว่าตั้งแต่พ่อกับแม ่ทิ้งเขาไปก็ได้ลุงข้างบ้าน นี่แหล่ะที่ช่วยดูแลป้อนข้า วป้อนน้ำให้มาโดยตลอด จนกระทั่งแกมาถูกรถวัยรุ่นซ ิ่งชนตายขณะกำลังจะวิ่งข้าม ไปอีกฝั่งถนนเพื่อจะไปเก็บข องเก่าในตอนที่เขาอายุได้เพ ียงสิบสองขวบเท่านั้น จากนั้นชีวิตของปิยะ แซ่โง้วก็ต้องดิ้นรนช่วยเหล ือตัวเองแบบปากกัดตีนถีบเพื ่อให้มีชีวิตรอดไปวันๆและก็ ได้อาศัยวัดเป็นที่หลบแดดคุ ้มฝนให้ แต่ก็ยังต้องอดมื้อกินมื้อเ หมือนเด็กกำพร้าทั่วไป ขณะที่หวนนึกย้อนอดีตเขาก็เ ริ่มเข้าสู่ภวังค์ ทำให้เขาต้องเอนกายลงบนเตีย ง หลับตาลงและปิยะก็เผลอม่อยห ลับไปด้วยความอ่อนเพลียจากก ารเดินทางไปในที่สุด
.......................... .......................... .....................
จริงๆแล้วยังมี ‘อะเวนิว’ หลายแห่งในบริเวณที่ปิยะเช่ าห้องพักอยู่ มีทั้งอะเวนิวที่มีมาก่อนหน ้า ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ และก็อะเวนิวที่กำลังจะก่อส ร้างใหม่ คำว่าอะเวนิวเป็นคำทับศัพท์ ภาษาอังกฤษที่มาจากคำว่า Avenue ซึ่งแปลว่าถนนแต่ถูกนำมาใช้ ตั้งเป็นชื่อของโครงการต่าง ๆโดยผู้ประกอบการอสังหาริมท รัพย์หัวสมัยใหม่ที่รวมเอาค วามสะดวกสบายทุกอย่างมาไว้ใ นโครงการ เช่น มีตลาด ร้านค้า ร้านขายยา ห้องเช่าทำธุรกิจ อะเวนิวบางแห่งถึงกับมีโรงแ รม โรงนวดสปาหรือแม้กระทั่งปั้ มน้ำมันด้วยซ้ำไป และก็เช่นเดียวกับ ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ ซึ่งตอนนี้เจ้าของได้ซื้อที ่ดินเพิ่มเพื่อทำการขยายพื้ นที่ไปทางด้านหลังของโครงกา รเดิมและก็เพิ่งจะเริ่มตอกเ สาเข็มกันไปเมื่ออาทิตย์ที่ แล้วนี่เอง ขณะนี้มีคนงานก่อสร้างทั้งท ี่เป็นคนไทยและคนต่างด้าวต่ างก็กำลังช่วยกันผูกเหล็ก ตีไม้แบบก่อสร้างและเทคอนกร ีตฐานรากกันอย่างคึกคัก
“เมื่อไหร่โผมและลูกเมียจะไ ด้บัตรคนต่างด้าวเสียทีล่ะค ับ..ลูกพี่” คะยอถิ่นช่างไม้ฝีมือดีชาวพ ม่าเอ่ยปากถามโฟร์แมนของ ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ ที่หน้างานก่อสร้างโครงการเ ช้านี้
“เรื่องนี้ผมไม่รู้เลย แต่เดี๋ยวถ้ามีเวลาผมจะถามเ สมียนให้น่ะ พี่ยอ” โฟร์แมนหนุ่มคนไทยในวัยคราว ลูกคะยอถิ่นตอบเขาในระหว่าง ที่กำลังคุมงานก่อสร้าง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วบริ ษัทยังไม่ได้ดำเนินการอะไรใ นเรื่องนี้ให้เขาเลยแม้แต่น ้อยแถมยังมาหักเงินค่าแรงคะ ยอถิ่นและคนงานอื่นๆไว้ทุกง วดอีกด้วย
“ช่วยโผมหน่อยเถอะคับนายช่า ง ไม่ต้องกลัวว่าพวกโผมจะทิ้ง งานหรือหนีไปไหน เพราะถึงยังไงบริษัทของนายช ่างก็หักค่าแรงของพวกโผมไว้ ทุกงวดอยู่แล้ว”
“นั่นสิ ผมถึงได้เห็นใจพี่ยออยู่นี่ ไง”
ทันใดนั้นก็มีเสียงเอะอะโวย วายดังออกมาจากตู้คอนเทนเนอ ร์ที่ ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ ใช้เป็นสำนักงานสนามชั่วครา วสำหรับก่อสร้างโครงการฯและ ก็มีร่างหนึ่งเหมือนถูกถีบใ ห้ลอยไปกระแทกเข้ากับประตูต ู้คอนเทนเนอร์จนประตูถึงกับ เปิดผงะออกมาด้านนอกและร่าง นั้นก็ได้กระเด็นหลุดออกมาน อนกองอยู่บนพื้นทรายข้างนอก ตู้คอนเทนเนอร์เสียงดังตุ้บ ใหญ่
“ถ้าไม่อยากทำ..พวกมึงก็ออก ไปเลย” เจ้าของเสียงเป็นชายร่างใหญ ่ ผิวดำและสำเนียงเหมือนคนใต้ นัยย์ตาแดงกล่ำด้วยความโมโห และกำลังถลึงตาจ้องมายังเจ้ าของร่างที่เพิ่งโดนเขาถีบอ อกมาราวกับว่าจะกินเลือดกิน เนื้อเสียให้ได้
“คุยกันก็ได้นี่นาย ไม่น่าทำกับโผมอย่างนี้เลย” หนุ่มก่อสร้างต่างด้าวร่างเ ล็กผอมเกร็งคนนั้นกลั้นใจพู ดด้วยมือหนึ่งกุมอยู่ที่ยอด อกเพราะจุกจากแรงถีบของอีกฝ ่ายหนึ่งและอีกมือหนึ่งก็ค่ อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นมาอย่า งช้าๆ
“กูคุยกับพวกมึงกี่รอบแล้วไ อ้เรื่องค่าแรงนั่น..หา!”
“พวกโผมก็แค่อยากจะได้ส่วนข องพวกโผมคืน..ก็เท่านั้น”
“กูบอกพวกมึงแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าไอ้ส่วนที่หักไว้น่ะ มันไม่พอจ่ายให้พวกเอ็งหรอก โว้ย”
“พวกกูต้องเอาไปชดเชยความเส ียหายที่พวกมึงก่อไว้โน่นยั งไง” ไอ้ยักษ์หมายถึงมูลค่าความเ สียหายจากงานก่อสร้างของไอ้ หนุ่มต่างด้าวเอง เมื่อคิดออกมาเป็นตัวเงินแล ้ว
“แต่ที่นายเคยตกลงกับพวกโผม ทีแรก..มันไม่ใช่แบบนี้นี่น า”
“นี่มันโกงกันชัดชัด” ไอ้หนุ่มต่างด้าวหมายถึงข้อ ตกลงกันด้วยวาจาตั้งแต่ทีแร กก่อนที่จะเริ่มงานก่อสร้าง ฯว่าความเสียหายใดๆบริษัทจะ เป็นผู้รับผิดชอบเองไม่ใช่ใ ห้คนงานซึ่งทำตามคำสั่งโฟร์ แมนอีกทีต้องมารับผิดชอบด้ว ยแบบนี้
“งั้นพวกมึงก็ไปฟ้องกรมแรงง านฯเลยสิว่ะ..จะรออะไรอยู่ล ่ะ” ไอ้หน้าบากผมยาวประบ่าหนวดเ ครารกรุงรังดูท่าทางแล้วน่า จะเป็นลูกน้องไอ้ยักษ์นั่นอ ีกทีโพล่งสวนคำพูดของมันออก มา
“พวกโผมคงไม่โง่เดินไปให้ตำ รวจจับเข้าคุกฟรี..เหมือนอย ่างกับที่พวกนายทำกับพี่ชาย โผมหร็อก” เขาหมายถึงว่าตราบใดที่บริษ ัทยังไม่ออกบัตรคนต่างด้าวใ ห้ ตราบนั้นพวกเขาก็ยังคงเป็นแ รงงานที่ผิดกฎหมายอย่างนี้ต ลอดไปและต้องคอยหลบหนีแบบหั วซุกหัวซุน แอบๆซ่อนๆเจ้าหน้าที่บ้านเม ืองอยู่ตลอดเวลา
“เออ..พวกมึงเองก็น่าจะรู้ว ่าเจ้านายพวกกูใหญ่แค่ไหน.. ขนาดพวกมึงมาทำงานกับกูที่น ี่โดยไม่มีบัตรน่ะ ตำรวจมันยังไม่กล้าจับพวกมึ งเลย..คิดดู” ไอ้หน้าบากพูดดูถูกเหยียดหย ามประหนึ่งว่าไอ้หนุ่มต่างด ้าวคงหมดหนทางไป
“เอาเถอะ พวกโผมพร้อมที่จะไป ส่วนเรื่องค่าแรงที่ติดค้าง กันนั่นหากพวกนายไม่คิดจะคื นให้ ก็ไม่เป็นไร พวกโผมหาใหม่ได้ แต่จำไว้เลยว่าบริษัทลูกพี่ ของพวกนายจะต้องไม่เจริญแน่ ..ขอให้ชิบหายในเร็ววันก็แล ้วกัน”
เหตุการณ์ทั้งหมดของเช้าวัน นี้หาได้รอดพ้นสายตาปิยะไปไ ด้ เขาได้เห็นความผิดปกตินับตั ้งแต่ที่ไอ้ยักษ์ ไอ้หน้าบากและก็ยังมีไอ้หน้ าแหลมตัวเล็กผมสั้นอีกคนที่ พาหนุ่มต่างด้าวเคราะห์ร้าย คนนั้นเดินเข้าไปในตู้คอนเท นเนอร์ตั้งแต่ทีแรกแล้ว และมันทำให้เขาต้องรีบแฝงตั วเข้าไปในพื้นที่ก่อสร้างตร งนั้นอย่างรวดเร็วและเขาก็ไ ด้รู้ว่าเขาควรจะทำอย่างไรต ่อไปเพื่อทำเรื่องจริงให้กร ะจ่างและนี่คืองานของเขาที่ เขาทำมาตลอดชีวิตสามสิบเก้า ปีกับอีกห้าเดือนเจ็ดวัน!
~โปรดติดตามตอน 02
บทที่หนึ่ง : เขาชื่อ..ปิยะ แซ่โง้ว (มีทั้งหมด 4 ตอนด้วยกัน/
พนักงานคนขับรถบัสปรับอากาศ
“เข้าในเมืองไม๊พี่ คิดไม่แพงๆ”
“สำหรับท่านที่จะต่อรถขึ้นเ
“ต่อคิว ซื้อตั๋วบนรถได้เลยจร้า”
“เหนียวหมูปิ้ง ไก่ปิ้ง ไข่ปิ้งก็มีน่ะจ๊ะ น้ำดื่ม ยาลม ยาดม ยาหอม มีหมดจร้า”
ผู้โดยสารต่างก็ทยอยลงจากรถ
“เข้าเมืองไม๊พี่ มาผมช่วยถือกระเป๋าให้” โชเฟอร์รถตุ๊กตุ๊กท่าทางออก
“ไม่เป็นไร ผมยังไม่รีบ..ขอบคุณน่ะที่ช
มันเป็นเวลาเที่ยงกับอีกสาม
“น้อง..พี่ขอเย็นตาโฟชามน่ะ
“ได่คับเพ่ เคี่ยงดื่มหล่าคับ เอารัยเด” เสียงคนขายหรือว่าเสียงพวกแ
“เดี๋ยวๆน้องว่าอะไรน่ะ พี่ได้ยินไม่ชัด ขออีกที”
“โผมว่า เคี่ยงดื่มคับเช่น น้ำอักโลม ซา กาแพ อะไรหยั่งงี้คับ”
“อ๋อ..เข้าใจล่ะ งั้นเอาน้ำเปล่าไม่ใส่น้ำแข
“คับ ได่คับ”
ที่แท้เด็กพวกนี้ก็เป็นชาวต
“น้องเก็บตังค์ด้วย” เขาเรียกหนุ่มต่างด้าวคนเดิ
“สามสิบห้าคับเพ่”
“เอ้านี่แบ้งค์ร้อย”
“โอ่ ขอโทกด้วยคับ เพ่ไม่มีใบย่อยเหรอคับ” เด็กพม่าคนนั้นน่าจะหมายถึง
“ไม่มีเลย เอางี้เดี๋ยวพี่เดินไปแลกเห
“ได่คับเพ่”
ด้านหลัง ‘ศักดิ์สิทธิ์อะเวนิว’ เป็นตึกแถวสามชั้นถูกสร้างเ
“ขายดีออกอย่างนั้น เงินทอนแค่นี้กลับไม่มี” เขาเดินไปพลางก็คิดไปพลาง
“เอ๊ะ หรือว่าคนพวกนี้..” เมื่อเขาจ่ายเงินค่าอาหารเส
“ห้องพัดลมสองร้อย ห้องแอร์สามร้อยน่ะ” ลุงแป่ะชาวจีนผมหงอกเต็มหัว
“เอาห้องแอร์คืนนึงน่ะแป่ะ”
”ขอบักลื้อด้วย แล้วช่วยเซ็งชื่อตรงนี้” ลุงหมายถึงบัตรประจำตัวประช
“เอ้านี่..แป่ะ” เขาควักบัตรให้และหยิบปากกา
“ปิยะ แซ่โง้ว”
“อ้าว ลื้อเป็นแต้จิ๋วเหรอ แซ่โง้วแถวนี้มีเยอะแยะนา”
“เปล่าแป่ะ ผมเป็นแมนดาริน”
“อ๋อ เอ่อ”
ปิยะบอกลุงแป่ะว่าขอพักบนชั
เปล่าหรอกปิยะไม่ใช่ทั้งนาย
..........................
จริงๆแล้วยังมี ‘อะเวนิว’ หลายแห่งในบริเวณที่ปิยะเช่
“เมื่อไหร่โผมและลูกเมียจะไ
“เรื่องนี้ผมไม่รู้เลย แต่เดี๋ยวถ้ามีเวลาผมจะถามเ
“ช่วยโผมหน่อยเถอะคับนายช่า
“นั่นสิ ผมถึงได้เห็นใจพี่ยออยู่นี่
ทันใดนั้นก็มีเสียงเอะอะโวย
“ถ้าไม่อยากทำ..พวกมึงก็ออก
“คุยกันก็ได้นี่นาย ไม่น่าทำกับโผมอย่างนี้เลย”
“กูคุยกับพวกมึงกี่รอบแล้วไ
“พวกโผมก็แค่อยากจะได้ส่วนข
“กูบอกพวกมึงแล้วไม่ใช่เหรอ
“พวกกูต้องเอาไปชดเชยความเส
“แต่ที่นายเคยตกลงกับพวกโผม
“นี่มันโกงกันชัดชัด” ไอ้หนุ่มต่างด้าวหมายถึงข้อ
“งั้นพวกมึงก็ไปฟ้องกรมแรงง
“พวกโผมคงไม่โง่เดินไปให้ตำ
“เออ..พวกมึงเองก็น่าจะรู้ว
“เอาเถอะ พวกโผมพร้อมที่จะไป ส่วนเรื่องค่าแรงที่ติดค้าง
เหตุการณ์ทั้งหมดของเช้าวัน
~โปรดติดตามตอน 02

กำลังมันส์เลย
ReplyDeleteคนเดียวกับปิยะ ตระกูลราษฎ์หรือเปล่าน่ะ
ReplyDelete