สวัสดียามดึกค่ะ Weekly talks of the digital world กับเสาวนีย์มาพบกันอีกเช่นเคย คืนนี้คืนวันอาทิตย์ที่ 03 กุมภาพันธ์ 2019 น่ะค่ะ
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากระแสบริษัท 'หว้าเวย์' หรือที่เราเคยเรียกกันว่า 'หัวเว่ย' เอาเข้าจริงๆคำว่า Huawei ที่ถูกต้องเค้าอ่านว่า wah-way กันน่ะค่ะ เสาวนีย์ก็หลงเรียกผิดมาตั้งนาน 55 คือกระแสกดดันจากประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกา อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และก็ญี่ปุ่น ก็ยังคงกดดันหว้าเวย์อย่างหนักหน่วงต่อไป ไม่ว่าหว้าเวย์จะขยับซ้ายหรือขวาก็เป็นไปด้วยความลำบากค่ะแต่หว้าเวย์ก็ยังโชคดีที่มีรัฐบาลอินเดียออกมาขานรับเทคโนโลยี 5G ของหว้าเวย์ด้วยความหวังว่าจะมาทดแทนเทคโนโลยี 4G เดิมในประเทศ ส่วนทางผู้บริหารหว้าเวย์ก็มองว่ามันมีความเป็นไปได้สูงเพราะตลาดอินเดียเหมาะกับราคามือถือที่ไม่แพงอย่างหว้าเวย์อยู่แล้ว แต่งานนี้ก็ไม่ได้ถือว่าง่ายอย่างที่คิดเพราะหากหว้าเวย์คิดเลือกที่จะไปลุยตลาดอินเเดียขึ้นมาจริงๆ รัฐบาลอินเดียน่ะแหล่ะที่จะโดนกดดันสารพัดรูปแบบจากพี่เบิ้มสหรัฐอเมริกาเป็นคนแรก ก็ไม่รู้ว่าอินเดียจะโดนอย่างที่จีนโดนหรือไม่อันนี้คงต้องจับตาดูกันต่อไปค่ะ จริงๆแล้วเสาวนีย์เองก็ยังมีเบื้องหลังเบื้องลึกของหว้าเวย์ที่จะมาคุยให้กันฟังว่าเพราะสาเหตุอะไรที่หว้าเวย์ถึงได้โดนแบนอย่างมากมายมหาศาลจากประเทศมหาอำนาจเหล่านั้น เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกันน่ะค่ะ คืนนี้พื้นที่คงไม่จะพอเสียแล้วล่ะค่ะ สัญญาน่ะค่ะ
ขณะเดียวกันในช่วงสัปดาห์นี้ บริษัท tech ยักษ์ใหญ่หลายๆแห่งต่างก็ทยอยออกมาแสดงผลรายรับ (revenues) กันอย่างไม่เป็นทางการต่อสื่อหลักต่างๆ ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนนั่นเอง หนึ่งในนั้นก็มีบริษัทยอดนิยมอย่างเฟสบุ้คที่เคยมีข่าวลบในเรื่องของความไม่โปร่งใสในการแอบเอาข้อมูลของผู้ใช้งานไปใช้ผิดวัตถุประสงค์นั้น ทางเฟสบุ้คก็เลยส่งคุณเชอริล แซนด์เบิร์ก COO ของเฟสบุ้ค (https://timeline.line.me/post/_deSweeRLeVhsOkRLXzAnXwbWRtxAUE9zmU-Q1FM/1154891607802039424) ออกมาแถลงข่าวประมาณว่าเฟสบุ้คเลยให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดแอพที่ใช้เพื่อการสำรวจและเก็บข้อมูลผู้ใช้งานโดยเฉพาะมาใช้เสียเลย จะได้หมดข้อครหาในเรื่องที่เฟสบุ้คแอบไปเก็บข้อมูลผู้ใช้งานแถมยังจ่ายเงินค่าตอบแทนให้คนที่ดาวน์โหลดแอพนี้ไปใช้อีกคนล่ะตั้ง 20 เหรียญอีกด้วย เอาล่ะสิ..คงต้องมาชั่งใจกันแล้วล่ะมั้งค่ะว่าเราจะยอมแลกข้อมูลส่วนตัวเรากับเงิน 20 เหรียญหรือไม่ แต่ผู้ใช้งานเฟสบุ้คที่เป็นวัยรุ่นในสหรัฐส่วนใหญ่เค้าเลือกเงินค่ะ 55 เสาวนีย์ว่าเฟสบุ้คเค้าหาทางออกในเรื่องความไม่โปร่งใสนี่เจอจนได้น่ะค่ะ เก่งจริงๆ ผลก็คือหุ้นเฟสบุ้คกลับพุ่งสูงขึ้นและยอดผู้ใช้งานก็เพิ่มมากขึ้นอีกด้วยค่ะ ยินดีด้วยน่ะค่ะพี่มาร์ค!
ส่วนทางแอปเปิลก็ยังคงย่ำแย่อยู่เหมือนเดิม นอกจากยอดขายจะไม่กระเตื้องขึ้นแล้ว ลุงทิม คุ้กก็เลยออกมากัดฟันพูดกลางสัปดาห์นี้ว่าอาจจะลดราคาไอโฟนบางรุ่นลงแต่ก็ยังขอพิจารณาดูพื้นที่ขายก่อนน่ะ พูดง่ายๆว่าลุงเองแกก็ยังไม่กล้าออกปากลดราคาทุกรุ่น ทุกพื้นที่ตลาดที่เอาไปวางขาย แหม..ถ้าลุงกล้าอีกสักนิดคนไทยก็คงจะได้เฮกันอีกรอบไม่แพ้วันที่เปิดตัวไอโฟนวันแรกหรอกน่ะค่ะ 55 (https://timeline.line.me/post/_deSweeRLeVhsOkRLXzAnXwbWRtxAUE9zmU-Q1FM/1154883347702039212)
สำหรับบ้านเราเห็นว่าพรุ่งนี้เค้าจะเปิดให้ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือส.ส.กันแล้วใช่ไหมค่ะ ก็ขอให้คนไทยได้คนดีที่มีความสามารถกันจริงๆ อย่าไปเลือกคนที่ 'ไม่ใช่' มาทำงานที่ 'ใช่' เลยค่ะ มันเสียเวลาพัฒนาประเทศเอามากๆจริงๆเลยค่ะ จริงๆแล้วเยาวชนไทยควรจะได้รับโอกาสในการพัฒนาตัวเองให้มากกว่านี้ด้วยซ้ำไป เสาวนีย์เคยเห็นในต่างประเทศอย่างอินเดียหรืออินโดนีเซียที่รัฐบาลเค้าสร้างโอกาสอันเหมาะเจาะและก็เหมาะสมต่อสตาร์ทอัพ ให้สามารถพัฒนาตัวเองขึ้นมาจากระดับชาติไปสู่ระดับโลกได้อย่างดีเยี่ยมเลยล่ะค่ะ ลองดูในลิ้งค์น่ะค่ะ จะเห็นว่าทั้งอินเดียและอินโดนีเซียจำนวนสตาร์ทอัพเค้าแซงหน้าไทยไปเยอะเลยค่ะ คืนนี้หลับฝันดีทุกท่านน่ะค่ะ แล้วเจอกันใหม่คืนวันอาทิตย์หน้าค่ะ บายคร้าาา (https://www.startupranking.com/countries)

กลไกราคาตลาดมือถือโลกได้ถูกแบ่งเค้กไว้ดีแล้ว หากแอปเปิลลดราคาไอโฟนลงมาก็จะต้องมาแข่งกับตลาดระดับกลางอย่างซัมซุงหรือหัวเว่ย โอ๊ะ โทษทีหว้าเวย์ ซึ่งก็ไม่ได้การันตีว่าแอปเปิลจะขายดีขึ้นน่ะตรงกันข้ามต้องไปฝ่าฟันกับคู่แข่งทั้งสองนั้นอีกด้วย
ReplyDeleteเห็นด่้วยกับคุณ Thanitt น่ะ แต่ตอนนี้คนไทยใช้ยี่ห้อจากจีนมากขึ้นเพราะราคาถูกและคุณภาพทัดเทียมไอโฟนเลย อย่างพวกยี่ห้อออปโป้ ซัมซุง และก็หัวเว่ยด้วย อีกหน่อยไอโฟนคนน่าจะซื้อลดลงเรื่อยๆเพราะไม่มีอะไรใหม่ๆเลย ไม่น่าสนใจอีกต่อไป
ReplyDelete