Skip to main content

Weekly talks of the digital world กับเสาวนีย์/03 March 2019


สวัสดีคืนวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2019 ค่ะ คืนนี้คอนเท้นท์ดีๆ Weekly talks of the digital world กับเสาวนีย์มาพบกับทุกท่านกันเช่นเคยน่ะค่ะ สำหรับคืนนี้ถือว่าเป็นคืนพิเศษที่เสาวนีย์ได้รับการร้องขอจากพี่ๆทีมงาน 'คุยข่าวทันโลกดิจิทัล' ให้มาคุยเรื่องของพรบ.ไซเบอร์ไทยที่ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือสนช.เพิ่งจะเข็นออกมาบังคับใช้กับคนไทยเมื่อสองวันก่อนหน้านี้เอง ประกอบกับเสาวนีย์เองก็พอจะมีความรู้เรื่องไชน่าเน็ต (Chinanet) อยู่บ้าง จึงน่าพอที่จะอธิบายให้ทุกท่านได้เห็นภาพของวัฒนาการขั้นต่อไปของพรบ.ไซเบอร์ไทยโดยไชน่าเน็ตจะถูกใช้เป็นกรณีศึกษาในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีค่ะ

ไชน่าเน็ต (Chinanet) ก็คือเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบบจีนที่ผู้นำจีนคือท่านประธานสี จิ้นผิงต้องการจะเข้าไปควบคุม ดูแลเพื่อสร้างคุณค่า อุดมการณ์และข้อกำหนดที่ประชาชนในประเทศต้องปฎิบัติตาม ทั้งนี้ก็เป็นไปเพื่อให้ภาครัฐและพรรคคอมมิวนิสต์มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นนั่นเองและยังรวมไปถึงกฎหมายห้ามโพสต์ข้อความที่รัฐไม่อนุญาตและยังมีบทลงโทษต่อผู้ฝ่าฝืนกำกับเอาไว้อยู่ค่อนข้างจะหนักหนาสาหัสกันเลยทีเดียว

สำหรับไชน่าเน็ตนั้นจริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนจีนแต่อย่างใดเลยน่ะค่ะ เพราะในสมัยจักรพรรดิจีนโบราณหรือผู้นำจีนในแต่ละยุคแต่ละสมัยต่างก็มีการเซ็นเซอร์ข่าวและสร้างข่าว (information operation) รวมถึงการทำโฆษณาชวนเชื่อต่อประชาชนของตัวเองมานานแสนนานแล้ว อย่างเช่นในสมัยจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ (213-206 ก่อนคริสตกาล) ก็เคยมีการสั่งให้เผาทำลายตำราขงจื้อด้วยเกรงว่าคนรุ่นหลังจะเอาไปเปรียบเทียบกับประวัติของตัวท่าน ยังไม่พอจิ๋นซีฮ่องเต้ยังทำการเซ็นเซอร์ข้อมูลต่อไปอีกด้วยการสั่งฝังทั้งเป็นบัณฑิตกว่าสี่ร้อยคนเพื่อมิให้ข้อมูลลับของตัวเองแพร่งพรายออกไป..โหดสัสมากค่ะ ต่อมาในราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 624-633) ก็ได้มีการเซ็นเซอร์ข้อมูลจากตำราต่างๆ เช่น ตำราทางศาสนา หนังสือและเอกสารทางการเมืองต่างๆโดยห้ามไม่ให้มีการนำมาพิมพ์ซ้ำอีก..ก็คล้ายๆห้ามโพสต์ข้อความบนเฟสบุ้คซ้ำไปซ้ำมานั่นล่ะค่ะ 55 พอมาถึงราชวงศ์ช่ง (ค.ศ. 962-1279) ก็มีคำสั่งให้ตรวจตราตำราต่างๆหากพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมต่อราชวงศ์ก็จะถูกเซ็นเซอร์หรือทำลายทิ้งทันทีค่ะ ส่วนตำราที่ถูกห้ามพิมพ์ก็เช่น ตำราเกี่ยวกับการทหาร การเมือง วรรณกรรมคลาสสิก หนังสือลามก เป็นต้น

จริงๆแล้วอินเทอร์เน็ตนั้นเพิ่งจะเข้ามาในจีนก็ในตอนปลายทศวรรษ 1980s นี่เองล่ะค่ะและอินเทอร์เน็ตก็ได้ทำให้คนจีนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่โปร่งใสและก็มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ยังไม่พออินเทอร์เน็ตยังได้ทำให้ภาคการเมืองจีนแบบเดิมๆมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมายเลยค่ะ ก็คงน่าจะเหมือนกับคนไทยที่เราสามารถเข้าถึงข้อมูลใหม่ๆได้อย่างรวดเร็วโดยผ่านช่องทางโซเชี่ยลมีเดียนั่นเอง ในขณะเดียวกันรัฐบาลจีนเองก็เริ่มจะแสดงบทบาทที่จะควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวดมากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลที่เป็นภัยต่อรัฐบาลถูกนำไปเปิดเผยหรือเผยแพร่อย่างกว้างขวางนั่นเอง..อันนี้เสาวนีย์เข้าใจดีค่ะเพราะที่บ้านเราก็เคยเป็นอย่างนี้เหมือนกัน

พอมาถึงปี 1989 รัฐบาลจีนก็ได้แต่งตั้งให้นายฟาง ปิ่นจิ้น เข้ามาควบคุมและตรวจตราการใช้อินเทอร์เน็ตตามชื่อโครงการว่า Golden Shield โดยเขาจะเข้าไปตรวจติดตามตัว IP หรือ Internal Protocol และเขายังได้สร้าง firewall หรือป้อมปราการต่อความปลอดภัยทางไซเบอร์จนชาวจีนที่เป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหลายแสนคนทั่วประเทศอยู่ในขณะนั้นมองว่าเขาคือศัตรูอันดับหนึ่งทางไซเบอร์..ส่วนไทยเราเองก็กำลังจะเริ่มได้รับผลกระทบแบบนี้แล้วล่ะค่ะ..ขอเวลาอีกไม่นาน 55

พอมาถึงช่วงปี 2000s รัฐบาลจีนก็ได้ออกคำสั่ง 292 ผ่านทางนายฟาง ปิ้นจิ้นที่ระบุว่าห้ามเผยแพร่เนื้อหาที่มีความล่อแหลมหรืออ่อนไหวต่อความมั่นคงของจีนเด็ดขาด ซึ่งตรงนี้ทุกฝ่ายที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตต่างก็ต้องระมัดระวังตัวเองกันอย่างเต็มที่เพื่อจะเซฟตัวเอง

ต่อมาในปี 2002 รัฐบาลจีนก็ได้สั่งให้บริษัทกูเกิลหยุดการปฎิบัติงานในจีนโดยทันทีเพราะมันมีลิงค์เว็บไซด์ในหน้าเพจค้นหาของกูเกิลเองที่สุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคงของจีน..อันนี้เสาวนีย์นึกไปถึงกรณีบ้านเราที่ กสทช. สั่งให้ว๊อยซ์ทีวีจอดำไป 15 วัน โดยไม่มีปึ่ไม่มีขลุ่ย ต่อมาในปีเดียวกันรัฐบาลจีนจู่ๆก็ลุกขึ้นมาเขียนข้อกำหนดถึงสี่ข้อโดยอ้างว่าเป็นการสร้างวินัยในการใช้อินเทอร์เน็ตให้กับประชาชนคือหนึ่งต้องปฎิบัติตามกฎหมาย สองต้องมีความเสมอภาคกัน สามต้องมีความน่าไว้วางใจและสี่ต้องมีความซื่อสัตย์ แหม..เสาวนีย์ว่านี่มันสุดยอดวินัยเลยน่ะค่ะนี่..ถ้าทำได้จริงๆน่ะ 55

ปี 2004 รัฐเริ่มได้ใจสั่งให้มหาวิทยาลัยต่างๆหาผู้ที่มีความสามารถเขียนบทความอะไรก็ได้บนอินเทอร์เน็ตที่มีความคิดสร้างสรรค์ต่อรัฐบาลจีน (อย่าลืมว่าคือพรรคคอมมิวนิสต์อยู่น่ะค่ะ) โดยรัฐบาลจะมีค่าตอบแทนให้อย่างเหมาะสม พูดง่ายๆก็คือรัฐบาลจะจ้างนักเขียนเขียนบทความเชียร์รัฐบาลนั่นเองอ่ะค่ะ 55

พอมาถึงปี 2005 คนจีนในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ต่างก็นัดรวมตัวกันใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อแสดงพลังให้รัฐบาลจีนได้เห็นว่าการพยายามควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของรัฐบาลนั้นจริงๆแล้วไม่ได้ผลอะไรเลย ทำให้รัฐบาลจีนต้องรีบประชุมกันเพื่อที่จะหาวิธีเข้าไปตรวจสอบการใช้งานอินเทอร์เน็ตของประชาชนเสียใหม่ว่ามันได้เกิดอะไรขึ้นกันแน่!

เอาล่ะค่ะชักจะเริ่มสนุกเข้าไปทุกทีแล้ว เอาไว้เสาวนีย์มาคุยเรื่องไชน่าเน็ตให้ทุกท่านฟังต่อในคราวหน้าก็แล้วกันน่ะค่ะ สำหรับคืนนี้หมดโควต้าตัวหนังสือของเสาวนีย์แล้วล่ะค่ะและเสาวนีย์ก็ขอลาทุกท่านไปก่อน แล้วพบกันใหม่ค่ะ บายคร้าาา

(โปรดติดตามตอนต่อไป)





Comments

  1. ผมคิดว่าประยุทธต้องลอกเอายุทธศาสตร์ชาติจีนมาใช้กับไทยอย่างแน่นอน เห็นมีหลายอย่างเหมือนๆกันเลย ความน่ากลัวอยู่ตรงที่เป็นพรรคคอมมิวนิสต์นี่แหล่ะ

    ReplyDelete
  2. ไชน่าเน็ตนี่น่ากลัวจริงไรจริง ไม่รู้ว่าพรบ.ไซเบอร์ไทยจะพัฒนาไปถึงตรงนั้นมั้ยน่ะ

    ReplyDelete
  3. คิดว่ายากน่ะ เพราะระบอบการปกครองก็ต่างกันแล้ว พูดง่ายๆกรอบทางความคิดแตกต่างกันแต่มีความคิดมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศพอๆกัน

    ReplyDelete
  4. สุดยอดครับ เข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ใด้ดีจริงๆ

    ReplyDelete
  5. มีอ่านต่อวันไหนครับ อยากอ่านตอนสองมาก

    ReplyDelete

Post a Comment

คุยข่าวทันโลกดิจิทัล

เรื่องสั้นแกรนด์ๆไทยแลนด์ 4.0

เรื่องสั้นแกรนด์ๆไทยแลนด์ 4.0 ตอน 03 : เป็นมากกว่าสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร! โลนลี่วูล์ฟ เขียน ดิจิทัลอาร์ทิเคิลว้าว ตรวจสอบ วันนี้โรงเรียนแจงหยุดสองวั นเพราะว่ารัฐบาลสั่งให้ปิดแ บบฉุกเฉิน แจงก็เลยตื่นสายได้สำหรับเช ้าวันนี้ “เอ้า..แจง แจงลงมาทานข้าวได้แล้วลูก เดี๋ยวแม่จะไปทำงานแล้ว” เสียงของแม่แจงดังออกมาจากห ้องครัวเหมือนปกติทุกเช้าแต ่วันนี้เธอไม่ต้องไปส่งลูกท ี่โรงเรียนแล้ว แจงเดินงัวเงียออกมาจากห้อง นอนซึ่งอยู่ติดกันกับห้องคร ัวแล้วก็ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้ าอี้หน้าโต๊ะทานข้าวด้วยสีห น้าคล้ายยังครึ่งหลับครึ่งต ื่น “ดีน่ะ..ได้หยุดตั้งสองวันส ่วนแม่ยังต้องฝ่าฝุ่นควันพิ ษไปทำงานเหมือนเดิม” แม่พูดเหมือนจะประชดและแจงก ็ไม่แน่ใจว่าแม่กำลังประชดแ จงหรือใครกันแน่ “แทนที่จะสั่งปิดโรงงาน สั่งห้ามรถเมล์ผุๆมาวิ่งรับ คนแต่ดันมาสั่งให้เด็กหยุดโ รงเรียน..มันเกาถูกที่คันแล ้วรึ” ชัดเจนแล้วว่าแม่ไม่ได้พูดก ระทบแจงแต่แม่ก็ได้ทำให้บรร ยากาศของเช้าวันนี้ดูขุ่นมั วซึ่งไม่ต่างอะไรจากความขมุ กขมัวของฝุ่นควันพิษจริงๆข้ างนอกบ้านนั่นเลยสักนิด “แล้วแม่จะบ่นทำไมเล่า..บ่น ไปแล้ว อะไรมันจะดีขึ้นทันตาเห็นไห ม” แจงพู...

‘มันจะต้องเป็นฝีมือของรัฐบาลต่างชาติที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อย่างแน่นอน ‘(cyberattack on Australian lawmakers), นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียคำราม!

‘มันจะต้องเป็นฝีมือของรัฐบ าลต่างชาติที่อยู่เบื้องหลั งเรื่องนี้อย่างแน่นอน ‘(cyberattack on Australian lawmakers), นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียคำรา ม! เหตุการณ์โจมตีระบบเครือข่า ยของสำนักงานกฏหมายออสเตรเล ียที่เกิดขึ้นในเดือนนี้น่า จะเป็นฝีมือของรัฐบาลต่างชา ติซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่สามารถ ระบุตัวได้, นายสก็อต มอร์ริสสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียได้พ ูดเมื่อเช้าวันจันทร์นี้และ เขายังได้เพิ่มเติมอีกว่าข้ อมูลเครือข่ายของ พรรคการเมืองที่สำคัญต่างๆก ็โดนเจาะเพื่อเข้าดูข้อมูลก ารเลือกตั้งที่จะมาถึงในเดื อนพฤษภาคมนี้ด้วยเช่นเดียวก ัน! สำนักงานกฎหมายของออสเตรเลี ยได้ถูกแจ้งให้เปลี่ยนพาสเว ิร์ดอย่างเร่งด่วนภายหลังจา กที่หน่วยงานทางไซเบอร์ของอ อสเตรเลีย (Australia's cyber intelligence agency) ได้ตรวจพบว่ามีการโจมตีและก ารพยายามเจาะเข้าฐานข้อมูลค อมพิวเตอร์เครือข่ายของรัฐส ภาแห่งชาติ (National parliament's computer networks) "ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไซเบอร ์ของเราเชื่อว่ารัฐที่ทำตัว เป็นนักแสดงอันซับซ้อน (a sophisticated state actor) จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อก ารกระทำอันมุ่งร้ายนี้ (malicious ...

บริษัทการท่าเรือระดับโลกอย่าง DP World กำลังวางแผนคิดที่จะสร้างไฮเปอร์ลูปสำหรับใช้ขนส่งสินค้าในประเทศอินเดียโดยเฉพาะ!

บริษัทการท่าเรือระดับโลกอย ่าง DP World กำลังวางแผนคิดที่จะสร้างไฮ เปอร์ลูปสำหรับใช้ขนส่งสินค ้าในประเทศอินเดียโดยเฉพาะ! DP World หนึ่งในบริษัทการท่าเรือยัก ษ์ใหญ่ของโลกกำลังคิดที่จะส ร้างไฮเปอร์ลูป (hyperloop) ในประเทศอินเดียเร็ววันนี้ ประธานบริษัทได้กล่าวกับ CNBC เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทั้งนี้เมื่อปีที่แล้ว DP World ซึ่งเป็นบริษัทการท่าเรือขอ งรัฐบาลประเทศ UAE ได้ทำสัญญาเป็นหุ้นส่วนทางธ ุรกิจกับบริ ษัท Virgin Hyperloop One เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสินค้าข นาดใหญ่เอาไว้และมาวันนี้ DP World ก็พร้อมแล้วที่จะประกาศให้โ ลกทราบว่าสถานที่เป้าหมายขอ งโครงการนี้จะเริ่มสร้างกัน ที่ประเทศแห่งประชาธิปไตยที ่กำลังเบ่งบาน (world's largest democracy) อย่างประเทศอินเดียนี่เอง! "สำหรับโครงการชิ้นแรกของเร าจะเริ่มสร้างกันที่อินเดีย ก่อนซึ่งเป็นสถานที่ที่เราไ ด้เคยทำสัญญาทางข้อตกลงต่าง ๆกันเอาไว้นานแล้วและก็จะใช ้มันเป็นสถานที่ใช้ทดสอบโคร งการดังกล่าวอีกด้วย" ประธานบริหารบริษัท Sultan Ahmed bin Sulayem ได้บอกกับนักข่าว CNBC ชื่อ Arjun Kharpal ในการประชุม World Government Summit จัดขึ้นที่...